ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow สกัดบทบรรณาธิการภาคสอง arrow สกัดฎีกาบทบรรณาธิการเนติบัณฑิต สมัย ๖๒ ภาคสอง arrow ย่อบทบรรณาธิการเนติบัณฑิต สมัย ๖๒ ภาคสอง เล่ม ๑
 
เมนูหลัก
www.stdlawcenter.com
OBD Registered
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
เปิดรับสมัครเป็นสมาชิก:STD
เชิญร่วมงานกับทีมงาน :STD
กฎกติกาในการติดตามข้อมูล:
ติดต่อทีมงานของเราได้ที่นี่ :
ตรวจสอบสถานภาพสมาชิก :
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ :
ข่าวเปิดสอบผู้ช่วยฯ ปี 2557
ข่าวเปิดสอบอัยการฯปี 2557
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เมนูยอดฮิตที่มีผู้เข้าชมสูงสุด
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เมนูสำหรับสมาชิกSTD
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว
ฉบับท่องไปสอบ ภาคหนึ่ง
ฉบับท่องไปสอบ ภาคสอง
สกัดบทบรรณาธิการภาคหนึ่ง
สกัดบทบรรณาธิการภาคสอง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคหนึ่ง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคสอง
สกัดหลักฎีกาน่าออกข้อสอบ
คำถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
คำถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
คำถาม-ตอบ ฎีกาที่น่าสนใจ
รวมประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ฎีกามีหมายเหตุ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ภาษาอังกฤษสำหรับกฎหมาย
สถิติข้อสอบเก่า
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา
สรุปกฎหมายจากสมาชิก
ประกาศคะแนนเนติฯ 2/66
ประกาศคะแนนอัยการ 2556
ประกาศคะแนนผู้ช่วยฯ 2556
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2557
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2550
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
เนติบัณฑิตไทย
ติวเข้ม เตรียมพร้อม เนติฯ
ติวสอบเนติบัณฑิตฯ
ห้องเรียนกฎหมาย
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
กฎหมายควรรู้ฯ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ติวกฎหมาย LAWONLINE
นักกฎหมายไทย
คณะนิติศาสตร์ รามฯ
เกร็ดกฎหมาย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.1.68-community-log
เวลา : 15:18
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 295
จำนวนข่าวสาร : 16812
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 30715856
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 498 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ และ 3 สมาชิก ออนไลน์
  • STD200357
  • std179
  • STD140957


 
   
 
ย่อบทบรรณาธิการเนติบัณฑิต สมัย ๖๒ ภาคสอง เล่ม ๑ พิมพ์
สกัดบทบรรณาธิการเนติบัณฑิต ภาคสอง - สกัดฎีกาบทบรรณาธิการเนติบัณฑิต สมัย ๖๒ ภาคสอง
Wednesday, 09 December 2009

เล่มที่ ๑

ย่อบทบรรณาธิการเนติบัณฑิต สมัย ๖๒ ภาคสอง

 

เกริ่นนำ/การแจ้งสิทธิผู้ต้องหา/พยานบอกเล่า/ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา(คดีอาญา)[1]

 

สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา  ได้เปิดการบรรยายภาคสอง สมัยที่ ๖๒  ปีการศึกษา ๒๕๕๒ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒  เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ท่านอาจารย์สุชาติ ธรรมาพิทักษ์กุล  เลขาธิการสำนักอบรมฯ ขอต้อนรับนักศึกษาทุกคนที่มาศึกษา ณ สถาบัน แห่งนี้

 

ในการสอบข้อเขียนความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาคหนึ่ง สมัยที่ ๖๒ และได้ประกาศผลสอบแล้วนั้น ปรากฏว่า

 

1.    ผลสอบข้อเขียนความรู้ชั้นเนติบัณฑิต สมัย ๖๒  ภาคหนึ่ง

 

1.1  กลุ่มกฎหมายอาญา  มีนักศึกษาสอบทั้งสิ้นจำนวน ๑๕,๗๗๒ คน สอบได้จำนวน ๒,๔๑๒ คน (คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๒๙)  ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด คือ นายเสกสรรค์ ยอดพิบูลย์  สอบได้ ๘๓ คะแนน  จบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

1.2  กลุ่มกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มีนักศึกษาสอบทั้งสิ้นจำนวน ๑๕,๔๑๑ คน  สอบได้จำนวน ๔,๗๗๔ คน (คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๙๘)  ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด  คือ นายบุญยกร พนมอุปการ จบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  และนางสาวปรเกศ ยงสวัสดิกุล  จบนิติศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  สอบได้ ๘๐ คะแนน

 

1.3  ผู้สอบได้ทั้งกลุ่มกฎหมายอาญาและกลุ่มกฎหมายแพ่ง  มีจำนวน ๘๙๙ คน ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด คือ  นางสาวณัฐพร นครอินทร์  สอบได้คะแนนรวม ๑๕๗ คะแนน

  

การสอบข้อเขียนเนติบัณฑิตนั้น มีนักศึกษาหลายคนที่ทำผิดระเบียบการสอบข้อเขียนและถูกหักคะแนน  สำนักอบรมฯ จึงขอนำรเบียบการหักคะแนนนักศึกษาทำผิดระเบียบการสอบข้อเขียน มาแจ้งให้นักศึกษาทราบ  ดังนี้

 

2.   ระเบียบการหักคะแนนนักศึกษาทำผิดระเบียบการสอบข้อเขียน  มีดังนี้

 

1.1  เขียนเลขประจำตัวสอบในสมุดคำตอบนอกส่วนต่อบนปกสมุดคำตอบ  หรือลงชื่อ หรือลงลายมือชื่อไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งซึ่งสามารถสื่อได้ว่าเป็นผู้ใดให้หัก ๒ คะแนน  แต่กรณีมีข้อเท็จจริงที่เป็นการทุจริตให้ปรับตก

 

1.2  ลงลายมือชื่อกำกับการขีดฆ่าในสมุดคำตอบโดยไม่สามารถสื่อได้ว่าเป็นผู้ใดให้หัก ๑ คะแนน

 

1.3  ไม่เขียนเลขข้อให้หัก ๑ คะแนน

 

1.4  เขียนเลขข้อผิดให้หัก ๑ คะแนน

 

1.5  ไม่เขียนเลขประจำตัวสอบในส่วนต่อบนปกสมุดคำตอบให้หัก ๑ คะแนน  แต่กรณีที่ไม่สามารถค้นหาได้ว่าเป็นสมุดคำตอบของผู้ใดให้ปรับตก

 

1.6  เขียนคำตอบข้อใหม่โดยไม่ขึ้นหน้าใหม่ให้หัก ๑ คะแนน 

  

อนึ่ง  เมื่อได้ประกาศผลสอบเรียบร้อยแล้ว  สำนักอบรมได้เปิดเผยคะแนนรายข้อให้นักศึกษาทราบ  มีนักศึกษาบางคนประสงค์ขอดูสมุดคำตอบ  เพื่อให้การดูสมุดคำตอบ  การสอบเนติบัณฑิตของนักศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  คณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา  วางระเบียบสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาว่าด้วยการขอดูสมุดคำตอบการสอบเนติบัณฑิตไว้ ดังต่อไปนี้

 

3.    ระเบียบว่าด้วยการขอดูสมุดคำตอบการสอบเนติบัณฑิต  มีดังนี้

 

1.1  บุคคลที่จะขอดูสมุดคำตอบการสอบเนติบัณฑิต  คือ นักศึกษาที่เข้าสอบและสอบไม่ผ่านกลุ่มวิชาที่จะขอดูสมุดคำตอบ และจะขอดูได้เฉพาะสมุดคำตอบของตนเท่านั้น  สำหรับนักศึกษาที่สอบผ่านในกลุ่มวิชาหนึ่งวิชาใดแล้ว  ประสงค์จะขอดูสมุดคำตอบให้ยื่นคำขออนุญาตต่อเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาเป็นรายๆไป

 

1.2  นักศึกษาจะต้องยื่นคำขอดูสมุดคำตอบภายใน ๑๕ วัน  นับจากวันประกาศผลสอบ  ถ้ามีเหตุจำเป็นยื่นคำขอไม่ทันตามกำหนด  ให้ขออนุญาตเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภายื่นคำขอเกินกำหนดได้  แต่ต้องไม่เกิน ๒๕ วัน นับจากวันประกาศผลสอบ

 

1.3  ให้แผนกสอบไล่ดำเนินการดังนี้

 

ก.      รับคำขอของนักศึกษาและลงทะเบียนรับคำขอ

 

ข.      แจ้ง วัน เวลา ดูสมุดคำตอบให้ผู้ขอทราบ

 

ค.      ถ่ายภาพสมุดคำตอบข้อที่ผู้ขอประสงค์จะดูและให้ผู้ขอดูจากภาพถ่ายแทนต้นฉบับ  ทั้งนี้ห้ามนักศึกษาคัดลอกข้อความในภาพถ่ายสมุดคำตอบ

 

ง.       ให้ผู้ขอ ใช้เวลาดูภาพถ่ายสมุดคำตอบไม่เกิน ๑ ชั่วโมง  เมื่อเสร็จแล้วให้ส่งภาพถ่ายสมุดคำตอบคืนแผนกสอบไล่ 

 

1.4  ผู้จะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจำนวน ๒๐ บาท  โดยให้ชำระในวันยื่นคำขอ

 

1.5  เมื่อดูสมุดคำตอบเสร็จแล้ว  หากผู้ขอประสงค์จะให้ทบทวนการตรวจข้อสอบให้ยื่นคำขอเป็นรายข้อ โดยระบุเหตุผลเป็นรายข้อให้ชัดเจนภายในวันเดียวกันนั้น

 

1.6  ให้เลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา  รวบรวมคำขอตามข้อ ๑.๕  เสนอคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการสอบ  เพื่อทำความเห็นเสนอคณะกรรมการอำนวยการอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ต่อไป 

  

คำถาม  พนักงานสอบสวนมิได้แจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบว่า ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ผู้ต้องหาไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนปากคำของตนได้ และพนักงานสอบสวนมิได้ให้ทนายความหรือผู้ที่ผู้ต้องหาไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนด้วยนั้น  จะทำให้การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายและพนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องหรือไม่? 

 

                คำตอบ   ไม่ทำให้การสวนไม่ชอบแต่อย่างใด และไม่กระทบต่ออำนาจฟ้องของพนักงานอัยการ   มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้  ดังนี้

 

                                 แม้ ป.วิ.อ. มาตรา 7/1 (2) จะบัญญัติให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนปากคำตนได้ในชั้นสอบสวนและมาตรา 134/3 บัญญัติว่าผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ และมาตรา 134/4 (2) บัญญัติในเรื่องการถามคำให้การผู้ต้องหานั้นให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่าผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ก็ตาม แต่ในบทบัญญัติของมาตรา 134/4 วรรคท้าย ก็บัญญัติไว้แต่เพียงว่า ถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา 134/3 จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้เท่านั้น ดังนั้น แม้พนักงานสอบสวนจะไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นก็ หาทำให้การสอบสวนคดีไม่ชอบแต่อย่างใดไม่  (ฎีกาที่ ๓๑๑๙/๒๕๕๐)

 

                   ท่านอาจารย์พรเพชร วิชิตชลชัย ได้บันทึกหมายเหตุท้ายคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ว่า  เมื่อบทบัญญัติมาตรา 134/4 วรรคท้าย บัญญัติบทลงโทษการสอบปากคำที่ฝ่าฝืนมาตรา 134/1 มาตรา 134/2 และมาตรา 134/3 และการไม่แจ้งสิทธิแก่ผู้ต้องหาตามมาตรา 134 วรรคหนึ่ง ว่าถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้  แสดงว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายมาตรานี้ประสงค์ให้มีการลงโทษการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรานี้เฉพาะในเรื่องผลของการรับฟังเป็นพยานหลักฐานเท่านั้น เพราะหากจะประสงค์ให้การสอบสวนเสียไปก็ไม่จำเป็นต้องเขียนเป็นบทตัดพยานเนื่องจากหากการสอบสวนไม่ชอบก็ตัดอำนาจฟ้องของพนักงานอัยการโดยผลของ ป.วิ.อ. มาตรา 120

  

          คำถาม  พยานบอกเล่าศาลรับฟังได้หรือไม่? 

 

                คำตอบ   โดยหลักห้ามศาลรับฟังพยานบอกเล่า แต่ก็มีบทยกเว้น  กล่าวคือ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๕/๑, ๑๐๔ วรรคสอง  และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖/๓, ๒๒๗/๑  ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า  แต่ก็มีข้อยกเว้นให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่าได้ในบางกรณี     มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้  ดังนี้

 

                คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ให้การว่าเหตุที่จำเลยใช้เหล็กปลายแหลมแทงผู้เสียหายเพราะจำเลยสืบทราบว่า  ผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการฆ่าญาติของจำเลยเป็นพยานบอกเล่า  ต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน  และไม่มีเหตุเข้าข้อยกเว้นให้รับฟังได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖/๓ วรรคสอง (๑) (๒) (ฎีกาที่ ๙๒๕/๒๕๕๒)

 

          คำกล่าวขณะผู้ตายที่บอกให้ทราบว่าจำเลยเป็นคนทำให้ตนตายในขณะที่รู้สึกตัวว่าใกล้จะตาย  เป็นเหตุที่เข้าข้อยกเว้นให้รับฟังพยานบอกเล่าเป็นพยานหลักฐานได้  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖/๓ วรรคสอง (๒)  แต่คำบอกเล่าของผู้ตายดังกล่าวรับฟังได้แต่เพียงว่า ผู้ตายได้ระบุชื่อจำเลยเป็นคนร้ายเช่นนั้นจริง  มิได้หมายความว่าจะต้องรับฟังว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย  เพราะผู้ตายอาจเห็นหรือจำผิดพลาดหรือมีอุปปทานก็เป็นได้  ความผิดพลาดอาจมีขึ้นได้  การระบุชื่อคนร้ายของผู้ตายจึงเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่ใช้ประกอบพยานหลักฐานอื่นให้มีน้ำหนักมั่นคงยิ่งขึ้น (ฎีกาที่ ๙๔๔/๒๕๕๒)

  

คำถาม  ในคดีอาญา คู่ความฝ่ายหนึ่งยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์หรือฎีกา  ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวได้หรือไม่?

 

คำตอบ    คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ เนื่องจากไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา กล่าวคือ คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งภายหลังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้ว จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖  มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้  ดังนี้

 

การขยายระยะเวลายื่นฎีกาเป็นอำนาจของศาลชั้นต้น ที่จะพิจารณาและมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓  ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕  เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลายื่นฎีกา  จำเลยที่ ๔ ย่อมอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ วรรคหนึ่ง  เพราะคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งภายหลังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้ว  และข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๙  และศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๙  จึงยังไม่มีการสั่งรับฎีกาของโจทก์ในขณะที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลายื่นฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๔ จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ (ฎีกาที่ ๗๒๒๗-๗๒๒๘/๒๕๕๑)

 

การขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นอำนาจของศาลชั้นต้น ที่จะพิจารณาและมีคำสั่งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ โจทก์ร่วมย่อมอุทธรณ์คัดค้านของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคแรก เพราะคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งภายหลังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว และยังไม่ได้มีการสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 196 ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์มีพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 บังคับใช้ ซึ่งมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำผิด มีอัตราโทษเบากว่ากฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดและเป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องใช้กฎหมายใหม่ดังกล่าวบังคับแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ย่อมยกขึ้นว่าในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 (ฎีกาที่ ๓๐๘๒-๓๐๘๓/๒๕๓๗)

  

   ขอให้โชคดี

 

เรียนรู้ร่วมกัน สรรสร้างนักกฎหมาย รับใช้สังคม

 

http://www.stdlawcenter.com

 

Email :

 
  ...((((((((( STD )))))))))...     


[1]  ย่อและเรียบเรียงโดยทีมงาน STD ~  จากบทบรรณาธิการเนติบัณฑิต สมัย ๖๒ ภาคสอง  เล่มที่ ๑  อาจารย์ประเสริฐ  เสียงสุทธิวงศ์  หมายเหตุ  เอกสารฉบับนี้ใช้เพื่อการศึกษาสำหรับสมาชิก STD เท่านั้น  ห้ามบุคคลใดนำไปจัดทำสำเนาหรือพิมพ์เพื่อการค้าหากำไร หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต 
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 10 December 2009 )
ถัดไป >