ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow ฎีกาน่าสนใจรายวัน arrow ฎีกาน่าสนใจรายวัน แพ่ง arrow ฎีกา-สามียกบ้านพร้อมที่ดินให้บุตรนอกกฎหมาย ถือว่าเป็นหน้าที่ธรรมจรรยาอันพอสมควรแก่ฐานานุรูป ๑๔๗๖(๕)
 
เมนูหลัก
www.stdlawcenter.com
OBD Registered
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
เปิดรับสมัครเป็นสมาชิก:STD
เชิญร่วมงานกับทีมงาน :STD
กฎกติกาในการติดตามข้อมูล:
ติดต่อทีมงานของเราได้ที่นี่ :
ตรวจสอบสถานภาพสมาชิก :
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ :
ข่าวเปิดสอบผู้ช่วยฯ ปี 2557
ข่าวเปิดสอบอัยการฯปี 2557
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เมนูยอดฮิตที่มีผู้เข้าชมสูงสุด
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เมนูสำหรับสมาชิกSTD
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว
ฉบับท่องไปสอบ ภาคหนึ่ง
ฉบับท่องไปสอบ ภาคสอง
สกัดบทบรรณาธิการภาคหนึ่ง
สกัดบทบรรณาธิการภาคสอง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคหนึ่ง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคสอง
สกัดหลักฎีกาน่าออกข้อสอบ
คำถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
คำถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
คำถาม-ตอบ ฎีกาที่น่าสนใจ
รวมประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ฎีกามีหมายเหตุ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ภาษาอังกฤษสำหรับกฎหมาย
สถิติข้อสอบเก่า
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา
สรุปกฎหมายจากสมาชิก
ประกาศคะแนนเนติฯ 2/66
ประกาศคะแนนอัยการ 2556
ประกาศคะแนนผู้ช่วยฯ 2556
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2550
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
เนติบัณฑิตไทย
ติวเข้ม เตรียมพร้อม เนติฯ
ติวสอบเนติบัณฑิตฯ
ห้องเรียนกฎหมาย
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
กฎหมายควรรู้ฯ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ติวกฎหมาย LAWONLINE
นักกฎหมายไทย
คณะนิติศาสตร์ รามฯ
เกร็ดกฎหมาย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.1.68-community-log
เวลา : 23:17
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 284
จำนวนข่าวสาร : 16345
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 29445169
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 349 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ และ 1 สมาชิก ออนไลน์
  • admin


 
   
 
ฎีกา-สามียกบ้านพร้อมที่ดินให้บุตรนอกกฎหมาย ถือว่าเป็นหน้าที่ธรรมจรรยาอันพอสมควรแก่ฐานานุรูป ๑๔๗๖(๕) พิมพ์
ฎีกาน่าสนใจรายวัน - ฎีกาน่าสนใจรายวัน แพ่ง
Sunday, 20 February 2011

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

 
 
 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7419/2543       

 

 

 

ป.พ.พ. มาตรา 1476 (5), 1480

 

ป.วิ.พ. มาตรา 142

 
 

 โจทก์ฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมที่ ว. โอนบ้านและที่ดินพิพาทอันเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และ ว. ให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายของ ว. โดยเสน่หาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ ศาลชั้นต้นชี้สองสถานและกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ และทรัพย์ที่โอนเป็นสินสมรสหรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเป็นประเด็นขึ้นวินิจฉัยว่า การให้ดังกล่าวเป็นการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาและพอสมควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวอันเป็นประเด็นต่อเนื่องที่รวมอยู่ในประเด็นหลักที่ว่าทรัพย์ที่โอนเป็นสินสมรสหรือไม่ จึงมิใช่เป็นการพิพากษานอกประเด็น

 

 แม้ ว. ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายจะต้องอุปการะเลี้ยงดูจำเลยซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมาย แต่โดยทางธรรมจรรยาซึ่งเป็นความรู้สึกผิดชอบภายในจิตใจที่เกิดจากพื้นฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เป็นบิดาว. ย่อมมีความผูกพันที่จะให้การเลี้ยงดูจำเลยซึ่งเกิดมาโดยปราศจากความผิดใด  โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยเป็นสำคัญ  ซึ่ง ว. ก็ได้จัดให้จำเลยได้รับการศึกษาและดูแลจำเลยตลอดมาจนกระทั่งว. ถึงแก่ความตาย การที่ ว. โอนบ้านและที่ดินพิพาทเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและ ศ. ซึ่งเป็นมารดาของจำเลย โดยบ้านและที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินส่วนน้อยเมื่อเทียบกับทรัพย์สินทั้งหมดที่ ว. มีอยู่ร่วมกับโจทก์  จึงเป็นการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาอันพอสมควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัว  โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480

 
 

________________________________

 
 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายวิบูลย์ชันสันติกุลวัฒน์ จดทะเบียนสมรสเมื่อ พ.ศ. 2494 จำเลยเป็นบุตรนายวิบูลย์อันเกิดจากนางสาวศิริเพ็ญ แซ่เจน ภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ดินโฉนดเลขที่ 6284 และ 6285 อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานครพร้อมบ้านซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายวิบูลย์ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2539 นายวิบูลย์และนางสาวศิริเพ็ญได้คบคิดกันจดทะเบียนโอนให้จำเลย โดยบุคคลทั้งสองทราบอยู่แล้วว่าเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายวิบูลย์ และไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2539 นายวิบูลย์ถึงแก่ความตาย โจทก์ทราบการกระทำดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายน 2540 ได้บอกกล่าวให้จำเลยโดยนางสาวศิริเพ็ญผู้ใช้อำนาจปกครองโอนที่ดินกลับคืนให้โจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย ขณะโอนที่ดินและบ้านมีราคา 3,000,000 บาท ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรม การให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 6284 และ 6285ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และให้โอนที่ดินและบ้านซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ หากไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโอน

 

จำเลยให้การว่า นางสาวศิริเพ็ญผู้ใช้อำนาจปกครองของจำเลยอยู่กินกับนายวิบูลย์สามีโจทก์และมีบุตรด้วยกันคือจำเลย นายวิบูลย์โอนที่พิพาทให้แก่จำเลยเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีโจทก์ฟ้องเกินหนึ่งปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

 

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านเลขที่ 1905/8พร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 6284 และ 6285 ตำบลบางบำหรุ อำเภอบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

 

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

 

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับให้ยกฟ้อง

 

โจทก์ฎีกา

 

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วคดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมที่นายวิบูลย์โอนบ้านและที่ดินพิพาท อันเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และนายวิบูลย์ ให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายของนายวิบูลย์โดยเสน่หาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ได้หรือไม่ โจทก์ฎีกาเป็นประเด็นแรกว่าการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการให้ดังกล่าวเป็นการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาและพอสมควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัว เป็นการพิพากษานอกประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้ชี้สองสถานและกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงประเด็นคือ คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ และทรัพย์ที่โอนเป็นสินสมรสหรือไม่เห็นว่า ข้อที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเป็นประเด็นขึ้นวินิจฉัยว่า การให้ดังกล่าวเป็นการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาและพอสมควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวหรือไม่ ย่อมเป็นประเด็นต่อเนื่องที่รวมอยู่ในประเด็นหลักที่ว่าทรัพย์ที่โอนเป็นสินสมรสหรือไม่ เพราะโจทก์ฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวศาลจึงต้องวินิจฉัยในที่สุดว่า โจทก์เพิกถอนได้หรือไม่ เหตุนี้จึงมิใช่เป็นการพิพากษานอกประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ในชั้นชี้สองสถานฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

 

โจทก์ฎีกาโต้แย้งต่อมาว่า การที่นายวิบูลย์โอนบ้านและที่ดินพิพาทให้จำเลยโดยเสน่หา ไม่ถือว่าเป็นการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาที่พอสมควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัว เห็นว่า แม้จำเลยเป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายวิบูลย์ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายจะต้องอุปการะเลี้ยงดูก็ตาม แต่โดยทางธรรมจรรยาอันหมายถึงหน้าที่ทางศีลธรรมซึ่งเป็นความรู้สึกผิดชอบภายในจิตใจ ที่เกิดจากพื้นฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เป็นบิดาแล้ว นายวิบูลย์ย่อมมีความผูกพันที่จะให้การเลี้ยงดูจำเลยซึ่งเกิดมาโดยปราศจากความผิดใด  โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยเป็นสำคัญ ซึ่งนายวิบูลย์ก็ได้จัดให้จำเลยได้รับการศึกษาและดูแลจำเลยตลอดมาจนกระทั่งนายวิบูลย์ถึงแก่ความตาย เหตุนี้การที่นายวิบูลย์โอนบ้านและที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านยอมรับว่า เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลย ทั้งปัจจุบันจำเลยและนางสาวศิริเพ็ญซึ่งเป็นมารดาของจำเลยยังพักอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทเจือสมกับหลักฐานที่ปรากฏในแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรหมาย ล.25 และ ล.26 จึงถือได้ว่าเป็นการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476(5)ส่วนที่โจทก์อ้างว่าการที่ศาลยอมรับให้บิดาสามารถโอนบ้านและที่ดินพิพาทของภริยาชอบด้วยกฎหมายไปเป็นของบุตรนอกกฎหมาย กรณีย่อมต้องกระทบกระเทือนถึงศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น เห็นว่า กรณีโอนทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสให้แก่บุคคลอื่น จะถือว่าเป็นหน้าที่ธรรมจรรยาอันเข้าข้อยกเว้นของมาตรา 1476(5) ที่คู่สมรสไม่อาจฟ้องเพิกถอนได้นั้น ศาลต้องพิเคราะห์ตามเหตุและผลที่ปรากฏในข้อเท็จจริงแต่ละกรณีเป็นราย  ไปซึ่งต้องสอดคล้องด้วยหลักแห่งกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชนดังเช่นกรณีนี้ ที่ศาลวินิจฉัยให้การโอนบ้านและที่ดินพิพาทของนายวิบูลย์เข้าข้อยกเว้นของมาตรา 1476(5) ก็หาใช่พิเคราะห์ถึงหน้าที่ธรรมจรรยาแต่เพียงประการเดียวไม่ หากแต่ได้พิเคราะห์ถึงการให้นั้นว่าพอสมควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวด้วยหรือไม่ ทั้งนี้เพราะโจทก์เองก็เบิกความตอบคำถามค้านยอมรับว่านอกจากที่ดินพิพาทแล้ว นายวิบูลย์ยังมีที่ดินแปลงอื่นอีกปรากฏตามสำเนาโฉนดที่ดินหมาย ล.ถึง ล.และหนังสือรับรองประเมินราคาที่ดินหมาย ล.ถึง ล.10 รวมทั้งหุ้นที่บริษัทธนบูลย์อีก 93 หุ้นตามเอกสารหมาย ล.11 ซึ่งได้มีการประเมินราคาทรัพย์สินไว้กว่า 16 ล้านบาท นอกจากนี้นายวิบูลย์ยังมีเงินสดอีกจำนวนหลายล้านบาท ตลอดจนทุนในบริษัทหลักทรัพย์กองทุนรวม จำกัดตามเอกสารหมาย ล.16 และ ล.17 แสดงถึงฐานะและความเป็นอยู่ของนายวิบูลย์ที่มั่นคง ไม่ขาดแคลน นายวิบูลย์สามารถให้การอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรอย่างเต็มที่ดังจะเห็นได้จากคำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่ว่า เมื่อบุตรคนใดเรียนจบ พร้อมที่จะมีครอบครัว โจทก์และนายวิบูลย์ก็จะยกบ้านและที่ดินให้บุตรเป็นรายบุคคล อย่างไรก็ตามบ้านพิพาทไม่ปรากฏว่าโจทก์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ทั้งที่เป็นบ้านเก่าซึ่งปลูกมานานถึง 35 ปี และนายวิบูลย์ซื้อมาตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2526 อันแสดงถึงเจตจำนงของนายวิบูลย์โดยชัดแจ้งว่า ต้องการสงวนบ้านและที่ดินพิพาทไว้ให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าบ้านและที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินส่วนน้อยเมื่อเทียบกับทรัพย์สินทั้งหมดที่นายวิบูลย์มีอยู่ร่วมกับโจทก์ จึงถือได้ว่าการให้ดังกล่าวนอกจากเป็นการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาแล้วยังพอสมควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวอีกด้วย ที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่อาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 เพราะเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 1476(5) นั้น ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

 

พิพากษายืน

 
 
 

(วิชา มหาคุณ - สมพล สัตยาอภิธาน - สุเมธ ตังคจิวางกูร)

 
 
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Sunday, 20 February 2011 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >