ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow ฎีกาน่าสนใจรายวัน arrow ฎีกาน่าสนใจรายวัน อาญา arrow ฎีกา-ผู้ที่สมัครใจทะเลาะวิวาทต่อสู้ทำร้ายซึ่งกันและกัน จะทำการโต้ตอบอีกฝ่ายโดยอ้างป้องกันไม่ได้ ๖๘
 
เมนูหลัก
www.stdlawcenter.com
OBD Registered
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
เปิดรับสมัครเป็นสมาชิก:STD
เชิญร่วมงานกับทีมงาน :STD
กฎกติกาในการติดตามข้อมูล:
ติดต่อทีมงานของเราได้ที่นี่ :
ตรวจสอบสถานภาพสมาชิก :
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ :
ข่าวเปิดสอบผู้ช่วยฯ ปี 2557
ข่าวเปิดสอบอัยการฯปี 2557
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เมนูยอดฮิตที่มีผู้เข้าชมสูงสุด
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เมนูสำหรับสมาชิกSTD
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว
ฉบับท่องไปสอบ ภาคหนึ่ง
ฉบับท่องไปสอบ ภาคสอง
สกัดบทบรรณาธิการภาคหนึ่ง
สกัดบทบรรณาธิการภาคสอง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคหนึ่ง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคสอง
สกัดหลักฎีกาน่าออกข้อสอบ
คำถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
คำถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
คำถาม-ตอบ ฎีกาที่น่าสนใจ
รวมประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ฎีกามีหมายเหตุ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ภาษาอังกฤษสำหรับกฎหมาย
สถิติข้อสอบเก่า
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา
สรุปกฎหมายจากสมาชิก
ประกาศคะแนนเนติฯ 1/66
ประกาศคะแนนอัยการ 2556
ประกาศคะแนนผู้ช่วยฯ 2556
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2550
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
เนติบัณฑิตไทย
ติวเข้ม เตรียมพร้อม เนติฯ
ติวสอบเนติบัณฑิตฯ
ห้องเรียนกฎหมาย
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
กฎหมายควรรู้ฯ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ติวกฎหมาย LAWONLINE
นักกฎหมายไทย
คณะนิติศาสตร์ รามฯ
เกร็ดกฎหมาย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.1.68-community-log
เวลา : 10:14
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 279
จำนวนข่าวสาร : 16153
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 25764934
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 398 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ และ 2 สมาชิก ออนไลน์
  • STD120257
  • STD050556


 
   
 
ฎีกา-ผู้ที่สมัครใจทะเลาะวิวาทต่อสู้ทำร้ายซึ่งกันและกัน จะทำการโต้ตอบอีกฝ่ายโดยอ้างป้องกันไม่ได้ ๖๘ พิมพ์
ฎีกาน่าสนใจรายวัน - ฎีกาน่าสนใจรายวัน อาญา
Saturday, 31 July 2010

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

 
 
 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2537       

 

 

ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, 225

 

ป.อ. มาตรา 68, 76

 
 

   การที่จำเลยพูดโต้เถียงกับผู้ตายอันเป็นทำนองท้าทายผู้ตายแสดงว่าจำเลยสมัครใจจะทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย เมื่อจำเลยยิงผู้ตายถึงแก่ความตายจึงไม่สามารถอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้   การลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 เป็นการลดมาตราส่วนโทษเพราะเหตุอายุของผู้กระทำผิด เมื่อศาลใช้ดุลพินิจลดมาตราส่วนโทษให้แก่จำเลยแล้วก็จำต้องลดให้ทุกกระทงความผิดแม้ว่าความผิดฐานมีอาวุธปืนจะยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ตามแต่ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อแรก ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้

 
 

________________________________

 
 

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,91, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 และริบอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ปฏิเสธข้อหาฆ่าผู้อื่น

 

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคแรกการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาให้จำคุก 18 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 12 ปี ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองให้จำคุก 1 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน รวมสองกระทงให้จำคุก 12 ปี 6 เดือนริบอาวุธปืนของกลาง

 

จำเลยอุทธรณ์

 

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

 

โจทก์ฎีกา

 

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย 1 นัดกระสุนปืนถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้ความจากคำเบิกความของนางฉวีวรรณพยานโจทก์ว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายบอกให้นางละม่อมมารดาจำเลยมาช่วยตัดต้นไม้ไปถูกสายไฟฟ้านางละม่อมไม่ไปช่วยตัด และพูดว่าใครอยากตัดก็ตัดไป ผู้ตายพูดว่าทำไมพูดอย่างนั้น ขณะนั้นจำเลยกลับมาพอดี จำเลยพูดว่าใครอยากตัดก็ตัดไป ผู้จายพูดกับจำเลยว่า อย่าพูดจองหองให้ฟังผู้ใหญ่เขาพูดกันก่อน และบอกจำเลยว่าต้นไผ่ที่ขึ้นอยู่ที่หน้าบ้านของจำเลยนั้นช่างไฟฟ้าก็จะตัดให้หมด จำเลยพูดว่าตัดก็ตัดไปจะได้ไม่มีคนมาขอผู้ตายพูดว่าอย่าจองหองนัก ประเดี๋ยวจะเอาขวานฟันหัว จำเลยตอบว่าถ้าฟันก็จะยิงด้วยปืน ผู้ตายพูดว่ามึงจะเอาจริง  หรือ จำเลยตอบว่าถ้าเข้ามาก็จะยิงจริง  ผู้ตายถือขวานเดินเข้าไปหาจำเลย จำเลยหยิบอาวุธปืนแก๊ปยาวยิงผู้ตาย 1 นัด เห็นว่า นางฉวีวรรณเป็นประจักษ์พยานโจทก์ซึ่งจำเลยนำสืบรับว่าอยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุจริง นางฉวีวรรณเบิกความถึงเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุโดยละเอียด แม้ข้อความนั้นเป็นผลร้ายต่อฝ่ายผู้ตายซึ่งเป็นสามีของตน เช่น ผู้ตายพูดว่าจะเอาขวานฟันหัวจำเลย หรือผู้ตายเป็นฝ่ายถือขวานเดินเข้าหาจำเลยก่อน แสดงให้เห็นว่านางฉวีวรรณเบิกความตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงที่ตนรู้เห็น มิได้มีลักษณะปรักปรำจำเลย ทั้งในชั้นสอบสวนนางฉวีวรรณก็ได้ให้การเช่นเดียวกันนี้คำเบิกความของนางฉวีวรรณพยานโจทก์จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือส่วนจำเลยเบิกความว่า เมื่อผู้ตายพูดว่าจะเอาขวานฟันหัว จำเลยเอาเสื้อกลับไปแขวนไว้ ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาทางด้านหลังจำเลยหันไปเห็นผู้ตายเงื้อขวานจะฟันจำเลย จำเลยจึงหยิบอาวุธปืนแก๊ปยาวที่วางอยู่บริเวณบ้าน ผู้ตายปัดอาวุธปืน จำเลยจึงยิงผู้ตาย 1 นัด แต่นางละม่อม อาจเอื้อม มารดาจำเลยมาเบิกความเป็นพยานจำเลยว่า ผู้ตายพูดว่า ไอ้ห่ากูจะฟันหัวมึง แล้วผู้ตายชูขวานขึ้นเดินเร็ว  เพื่อฟันจำเลย จำเลยตกใจและพูดว่าอย่าเข้ามา จำเลยเดินไปติดฝาบ้านแล้วหยิบอาวุธปืนแก๊ปยาวออกมากระแทกถูกตัวผู้ตายและร้องว่า อย่าเข้ามา ผู้ตายใช้มือซ้ายปัดปากกระบอกปืน อาวุธปืนจึงลั่นขึ้น 1 นัด ซึ่งแตกต่างจากคำเบิกความของจำเลย ทางนำสืบของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังตามข้อต่อสู้ของจำเลย การที่จำเลยพูดโต้เถียงกับผู้ตาย เมื่อผู้ตายพูดว่าจะใช้ขวานฟันจำเลย จำเลยก็ตอบว่า ถ้าผู้ตายใช้ขวานฟันจำเลยก็จะยิงด้วยอาวุธปืน อันเป็นทำนองท้าทายผู้ตาย แสดงว่าจำเลยสมัครใจจะทะเลาะวิวาทกับผู้ตาย การที่จำเลยยิงผู้ตายถึงแก่ความตายจึงไม่สามารถอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะกระทำผิดจำเลยอายุ 18 ปี สมควรลดมาตราส่วนให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 76 ซึ่งการลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา 76 นี้ เป็นการลดมาตราส่วนโทษเพราะเหตุอายุของผู้กระทำความผิด เมื่อศาลใช้ดุลพินิจลดมาตราส่วนโทษให้แก่จำเลยแล้วก็จำต้องลดให้ทุกกระทงความผิดแม้ว่าคดีนี้ความผิดฐานมีอาวุธปืนจะยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ตาม แต่ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

 

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 อีกกระทงหนึ่ง จำเลยอายุ 18 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้ว วางโทษจำคุก 10 ปีทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคแรกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นอีกกระทงหนึ่ง ลดมาตราส่วนให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้ว วางโทษจำคุก 8 เดือนจำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม สอบสวน และพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน รวมสองกระทง จำคุก 7 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

 
 
 

(ชูชาติ ศรีแสง - สวิน อักขรายุธ - วินัย วิมลเศรษฐ)

 
 
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Saturday, 05 February 2011 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >