ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow สกัดบทบรรณาธิการภาคหนึ่ง arrow ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.อาญา arrow ฎีกา-คดีฉ้อโกงเอาหนังสือสัญญากู้ อัยการจะขอให้เรียกคืนได้แค่หนังสือสัญญา จะให้ใช้เงินตามสัญญามิได้๔๓
 
เมนูหลัก
www.stdlawcenter.com
OBD Registered
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
เปิดรับสมัครเป็นสมาชิก:STD
เชิญร่วมงานกับทีมงาน :STD
กฎกติกาในการติดตามข้อมูล:
ติดต่อทีมงานของเราได้ที่นี่ :
ตรวจสอบสถานภาพสมาชิก :
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ :
ข่าวเปิดสอบผู้ช่วยฯ ปี 2557
ข่าวเปิดสอบอัยการฯปี 2557
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เมนูยอดฮิตที่มีผู้เข้าชมสูงสุด
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เมนูสำหรับสมาชิกSTD
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว
ฉบับท่องไปสอบ ภาคหนึ่ง
ฉบับท่องไปสอบ ภาคสอง
สกัดบทบรรณาธิการภาคหนึ่ง
สกัดบทบรรณาธิการภาคสอง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคหนึ่ง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคสอง
สกัดหลักฎีกาน่าออกข้อสอบ
คำถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
คำถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
คำถาม-ตอบ ฎีกาที่น่าสนใจ
รวมประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ฎีกามีหมายเหตุ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ภาษาอังกฤษสำหรับกฎหมาย
สถิติข้อสอบเก่า
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา
สรุปกฎหมายจากสมาชิก
ประกาศคะแนนเนติฯ 2/66
ประกาศคะแนนอัยการ 2556
ประกาศคะแนนผู้ช่วยฯ 2556
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2557
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2550
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
เนติบัณฑิตไทย
ติวเข้ม เตรียมพร้อม เนติฯ
ติวสอบเนติบัณฑิตฯ
ห้องเรียนกฎหมาย
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
กฎหมายควรรู้ฯ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ติวกฎหมาย LAWONLINE
นักกฎหมายไทย
คณะนิติศาสตร์ รามฯ
เกร็ดกฎหมาย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.1.68-community-log
เวลา : 11:10
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 286
จำนวนข่าวสาร : 16719
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 30165445
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 118 บุคคลทั่วไป ออนไลน์


 
   
 
ฎีกา-คดีฉ้อโกงเอาหนังสือสัญญากู้ อัยการจะขอให้เรียกคืนได้แค่หนังสือสัญญา จะให้ใช้เงินตามสัญญามิได้๔๓ พิมพ์
ฎีกาน่าสนใจรายวัน - ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.อาญา
Wednesday, 13 June 2012

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  40/2508

 
 

ป.วิ.อ. มาตรา 43, 218, 221

 

ป.พ.พ. มาตรา 653

 

ป.วิ.พ. มาตรา 93(2), 94 วรรคสอง

 

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71, 222, 223, 304, 315

 

ป.อ. มาตรา 91, 264, 265, 341

  

          ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 นั้น เมื่อกรณีเป็นการฉ้อโกงเอาหนังสือสัญญากู้ไป ทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียไปก็คือหนังสือกู้ พนักงานอัยการคงเรียกคืนได้แต่ตัวหนังสือสัญญาเท่านั้น จะขอมาด้วยว่า ถ้าหากจำเลยส่งสัญญาไม่ได้ให้ใช้เงินอันเป็นหนี้ตามสัญญาแทนนั้น หาได้ไม่ เพราะไม่อาจกล่าวได้ว่าผู้เสียหายได้สูญเสียทรัพย์สินที่มีราคาตามหนี้ในสัญญากู้ แม้หนังสือสัญญากู้สูญหายไปก็ยังฟ้องร้องเรียกหนี้กันได้มิใช่ว่าหนี้นั้นจะพลอยสูญไปด้วย หนี้ตามสัญญากู้มีอย่างไร ผู้เสียหายชอบที่จะฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งอีกต่างหาก

 

           เมื่อคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีผลเป็นการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในส่วนอาญาที่ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้คงพิพากษาแก้แต่เพียงว่า โจทก์จะขอเข้ามาในคดีนี้ว่า ถ้าจำเลยคืนสัญญากู้ไม่ได้ ให้จำเลยใช้เงินแทนไม่ได้เพราะเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายจะต้องดำเนินเป็นคดีแพ่งขึ้นใหม่อีกสำนวนหนึ่ง เช่นนี้ จำเลยจะฎีกาข้อเท็จจริงในปัญหาเรื่องฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้เงินหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี

 

           โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินผู้เสียหาย ฯลฯ เอาโฉนดที่ดิน 5 โฉนดมอบให้ผู้เสียหายยึดถือไว้เป็นประกันฯลฯ ต่อมาวันที่ 30 กันยายน 2498 จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะโอนโฉนดให้ผู้เสียหาย ฯลฯ แล้วเพทุบายขอรับโฉนดไปจากผู้เสียหายว่าจะเอาไปทำการโอนให้ตามข้อตกลงแต่จำเลยโอนให้เพียง 2 โฉนด ฯลฯ กับต่อมาวันที่3-4 ตุลาคม 2498 จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่า จำเลยได้โอนโฉนดให้เรียบร้อยแล้วรอแต่วันรับโฉนดเท่านั้นผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องยึดหนังสือสัญญากู้ไว้ ผู้เสียหายหลงเชื่อได้มอบหนังสือสัญญากู้ให้จำเลยไป ทั้งนี้ ตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงให้ส่งโฉนดและรับไปแล้วได้ฉ้อโกงเอาไว้ และมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งหนังสือสัญญากู้ ฯลฯดังนี้ แม้ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโฉนดที่โจทก์หาว่าจำเลยฉ้อโกงนั้นไม่ได้อยู่กับผู้เสียหาย ก็ยังอาจฟังว่าจำเลยหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจำเลยได้ขอให้หอทะเบียนโอนโฉนดเหล่านั้นให้แล้ว ผู้เสียหายจึงคืนสัญญากู้ให้จำเลยไป เพราะเป็นคนละเหตุทั้งข้อหาว่าจำเลยฉ้อโกงโฉนดและข้อหาฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้ต่างกรรมต่างวาระกัน แยกได้เป็น 2 กระทง(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 27/2507)

 

          (หมายเหตุ (1) จำเลยขอให้รับรองฎีกาข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามจึงไม่รับรองให้และสั่งรับฎีกาจำเลยแต่ศาลฎีกาเห็นว่าเฉพาะฎีกาข้อเท็จจริงข้อหาฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้และข้อหาปลอมหนังสือต้องห้าม จึงไม่วินิจฉัยให้

           (2) ที่ประชุมใหญ่ได้วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานปลอมหนังสือไว้ด้วยแต่ปรากฏว่าฎีกาจำเลยข้อนี้เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามจึงไม่ปรากฏข้อวินิจฉัยตามมติดังกล่าวในคำพิพากษา)

 

________________________________

   

          โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินนางเพ็ญผู้เสียหายหลายคราวมอบโฉนดที่ดินให้ยึดถือไว้เป็นประกัน จนครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2498คิดเป็นเงิน 164,100 บาท จำเลยมอบโฉนดที่ 5696, 5644, 5649, 6923และ 9780 ให้นางเพ็ญไว้ ต่อมาจำเลยได้หลอกลวงนางเพ็ญว่าจะโอนโฉนดทั้ง 5 ดังกล่าวให้ แล้วเพทุบายขอรับโฉนดทั้ง 5 ไป แต่จำเลยได้โอนให้เพียง 2 โฉนด คือโฉนดที่ 5696 และ 9780 ส่วนอีก 3 โฉนดนัดไปวันหลัง และจำเลยได้หลอกลวงนางเพ็ญว่า จำเลยได้โอนโฉนดให้เรียบร้อยแล้ว รอแต่วันรับโฉนดเท่านั้น นางเพ็ญไม่จำเป็นต้องยึดหนังสือสัญญากู้จำนวน 164,100 บาทไว้นางเพ็ญหลงเชื่อ ได้มอบหนังสือสัญญากู้ให้จำเลยไป ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงให้นางเพ็ญส่งโฉนด 3 ฉบับนั้นให้จำเลยรับไปแล้วจำเลยฉ้อโกงเอาไว้ และมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้นางเพ็ญส่งหนังสือสัญญากู้ดังกล่าว ซึ่งเมื่อคิดหักราคาที่ดิน 2 โฉนดที่ได้รับโอนแล้ว คงเหลือเงินตามสัญญากู้ 110,899 บาท

 

          นอกจากนี้ เมื่อจำเลยได้มาขอรับโฉนดเลขที่ 5696 และหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมที่ 2 และที่ 3 ซึ่งให้จำเลยไปทำการแบ่งแยกเป็นคลองไปแล้ว จำเลยยังอาจปลอมหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวทั้ง 2 ฉบับโดยเติมข้อความว่า "และโอนขาย" ลงไป แล้วใช้ให้นายแอ๊ดนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดิน ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222, 223, 304 ให้จำเลยคืนโฉนด 3 โฉนด และสัญญากู้เงินถ้าส่งสัญญากู้เงินไม่ได้ให้ใช้เงิน 110,899 บาทแก่นางเพ็ญ

 

          จำเลยให้การปฏิเสธและว่าฟ้องเคลือบคลุม

 

          ศาลอาญา (โดยศาลแขวงพระนครเหนือส่งสำนวนให้พิพากษา) ฟังว่าจำเลยเป็นลูกหนี้นางเพ็ญตามสัญญา ได้หลอกลวงเอาโฉนด 3 โฉนดไปและหลอกลวงให้นางเพ็ญคืนสัญญากู้จริง และยังได้ปลอมใบมอบฉันทะ 2 ฉบับ โดยตกเติมข้อความดังโจทก์หา พิพากษาว่าจำเลยผิดฐานปลอมหนังสือและฉ้อโกงตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222, 223 และ 304 รวม 2 กระทง ลงโทษกระทงหนักฐานปลอมหนังสือจำคุก 1 ปี 6 เดือนให้จำเลยคืนโฉนด 5644, 5649 และ 6923 และสัญญากู้เงิน 1 ฉบับราคา 164,100 บาท ถ้าส่งไม่ได้ให้ใช้เงิน 110,899 บาท

 

          จำเลยอุทธรณ์

 

          ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยเป็นหนี้นางเพ็ญ 164,100 บาท และจำเลยได้ฉ้อโกงเอาสัญญากู้ไป ส่วนโฉนดปรากฏว่าอยู่ที่หอทะเบียน จะฟังว่านางเพ็ญได้มอบให้จำเลยไปหรือจำเลยฉ้อโกงโฉนดไม่ได้ พิพากษาแก้ว่าให้จำเลยคืนสัญญากู้เงินฉบับต้นเงิน 164,100 บาท ส่วนนางเพ็ญจะมีสิทธิเรียกหนี้สินได้เท่าใด ให้นางเพ็ญฟ้องเป็นคดีแพ่งขึ้นมาใหม่ จำเลยไม่ต้องคืนโฉนดทั้ง 3 นอกนั้นยืม

 

          อัยการโจทก์กับนางเพ็ญโจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา

 

          ศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 43 นั้น ได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า เมื่อกรณีเป็นการฉ้อโกงเอาหนังสือสัญญากู้ไป ทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียไปก็คือ หนังสือสัญญากู้ พนักงานอัยการคงเรียกคืนได้แต่ตัวหนังสือสัญญานั้นเท่านั้น จะขอมาด้วยว่า ถ้าหากจำเลยส่งสัญญาไม่ได้ ให้ใช้เงินอันเป็นหนี้ตามสัญญาแทนนั้นหาได้ไม่ แม้หนังสือสัญญากู้สูญหายไปก็ยังฟ้องร้องเรียกหนี้กันได้ มิใช่ว่าหนี้นั้นจะพลอยสูญไปด้วยหนี้ตามสัญญากู้มีอย่างไร ผู้เสียหายชอบที่จะฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งอีกต่างหาก จึงไม่มีทางบังคับให้ตามที่โจทก์ขอ

 

          ในประเด็นเรื่องฉ้อโกงโฉนดตามฎีกาโจทก์นั้น คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้หลอกลวงฉ้อโกงโฉนดเลขที่ 5644, 5649 และ 6923

 

          ตามฎีกาจำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นเรื่องฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีผลเป็นการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษฐานฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้ เพราะศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไขเกี่ยวกับโทษหรือความผิดของจำเลยในเรื่องนี้ประการใดคงพิพากษาแก้แต่เพียงว่า โจทก์จะขอเข้ามาในคดีนี้ว่าถ้าจำเลยคืนสัญญากู้ไม่ได้ ให้จำเลยใช้เงินแทนนั้นไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่นางเพ็ญจะต้องดำเนินเป็นคดีแพ่งขึ้นใหม่อีกสำนวนหนึ่ง ฉะนั้น จำเลยจะฎีกาข้อเท็จจริงในปัญหาเรื่องฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้เงินหาได้ไม่ ฟ้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี

 

          สำหรับปัญหาที่จำเลยอ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกสำนวนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์มีประเด็นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา และศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว นอกจากนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโฉนดที่โจทก์หาว่าจำเลยฉ้อโกงไม่ได้อยู่ที่นางเพ็ญ ก็ยังอาจฟังได้ว่า จำเลยหลอกลวงให้นางเพ็ญหลงเชื่อว่าจำเลยได้ขอให้จดทะเบียนฯ ทำการโอนโฉนดเหล่านั้นให้นางเพ็ญแล้ว นางเพ็ญจึงคืนสัญญากู้ให้จำเลยไป เพราะเป็นคนละเหตุ ทั้งข้อหาว่าจำเลยฉ้อโกงโฉนดและข้อหาฉ้อโกงหนังสือสัญญากู้ ก็เป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระกันแยกได้ 2 กระทง ไม่มีเหตุจะอ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวน

 

          เหตุอื่นที่จำเลยยกขึ้นฎีกาในประเด็นฉ้อโกงสัญญากู้ ก็เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จำเลยฎีกามิได้

 

          ในความผิดฐานปลอมหนังสือมอบฉันทะ จำเลยฎีกาว่าพยานโจทก์แตกต่างกัน ควรฟังตามที่จำเลยนำสืบ มิฉะนั้น ก็ควรฟังตามคำพยานโจทก์ซึ่งจะเห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นเรื่องยักยอกลายมือ จะลงโทษฐานปลอมหนังสือไม่ได้ดังนี้ เป็นการเถียงข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาเช่นเดียวกัน พิพากษายืน

   

( โพยม เลขยานนท์ - สัญญา ธรรมศักดิ์ - สวัสดิ์ พานิชอัตรา )

  
< ก่อนหน้า   ถัดไป >