ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา arrow ฎีกาน่าสนใจ อาญา ปี 2539 arrow ฎีกาที่ 5980-5981/2539 (ป.อ.มาตรา ๓๓๕)
 
เมนูหลัก
www.stdlawcenter.com
OBD Registered
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
เปิดรับสมัครเป็นสมาชิก:STD
เชิญร่วมงานกับทีมงาน :STD
กฎกติกาในการติดตามข้อมูล:
ติดต่อทีมงานของเราได้ที่นี่ :
ตรวจสอบสถานภาพสมาชิก :
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ :
ข่าวเปิดสอบผู้ช่วยฯ ปี 2557
ข่าวเปิดสอบอัยการฯปี 2557
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เมนูยอดฮิตที่มีผู้เข้าชมสูงสุด
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เมนูสำหรับสมาชิกSTD
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว
ฉบับท่องไปสอบ ภาคหนึ่ง
ฉบับท่องไปสอบ ภาคสอง
สกัดบทบรรณาธิการภาคหนึ่ง
สกัดบทบรรณาธิการภาคสอง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคหนึ่ง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคสอง
สกัดหลักฎีกาน่าออกข้อสอบ
คำถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
คำถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
คำถาม-ตอบ ฎีกาที่น่าสนใจ
รวมประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ฎีกามีหมายเหตุ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ภาษาอังกฤษสำหรับกฎหมาย
สถิติข้อสอบเก่า
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา
สรุปกฎหมายจากสมาชิก
ประกาศคะแนนเนติฯ 1/66
ประกาศคะแนนอัยการ 2556
ประกาศคะแนนผู้ช่วยฯ 2556
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2550
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
เนติบัณฑิตไทย
ติวเข้ม เตรียมพร้อม เนติฯ
ติวสอบเนติบัณฑิตฯ
ห้องเรียนกฎหมาย
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
กฎหมายควรรู้ฯ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ติวกฎหมาย LAWONLINE
นักกฎหมายไทย
คณะนิติศาสตร์ รามฯ
เกร็ดกฎหมาย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.1.68-community-log
เวลา : 18:00
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 279
จำนวนข่าวสาร : 16153
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 25779573
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 468 บุคคลทั่วไป ออนไลน์


 
   
 
ฎีกาที่ 5980-5981/2539 (ป.อ.มาตรา ๓๓๕) พิมพ์
ฎีกาน่าสนใจ อาญา (แยกรายปี) - ฎีกาน่าสนใจ อาญา ปี 2539
Saturday, 19 May 2012

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

 
 
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 5980-5981/2539       

 

 

 

ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4)

 

ป.อ. มาตรา 335

 
 

  การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดน. ซึ่งเป็นผู้รับขนส่งน้ำยางพาราจากบริษัทอ. ให้จำเลยที่1ซึ่งเป็นลูกจ้างไปรับน้ำยางพาราจากบริษัทอ. เพื่อนำไปส่งอีกที่หนึ่งถือว่าบริษัทอ.ได้มอบการครอบครองน้ำยางพาราให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดน. แล้วจำเลยที่1หาได้รับมอบการครอบครองน้ำยางพารานั้นด้วยไม่เมื่อจำเลยที่1ร่วมกับจำเลยที่2เอาน้ำยางพาราไปในระหว่างการขนส่งห้างหุ้นส่วนจำกัดน. เป็นผู้เสียหายในฐานะเป็นผู้ครอบครองดูแลรักษาน้ำยางพาราจึงมีอำนาจร้องทุกข์ส่วนจำเลยที่2มิได้เป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย  แม้ได้ร่วมกับจำเลยที่1ลักทรัพย์ของผู้เสียหายในเวลากลางคืนก็ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้างด้วยเพราะความเป็นลูกจ้างเป็นเหตุเฉพาะตัวของจำเลยที่1จำเลยที่2จึงมีความผิดตามมาตรา 335 (1) (7) วรรคสาม, 83 เท่านั้น

 
 

________________________________

 
 

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2

 

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2536เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดนพชล และจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกันลักทรัพย์น้ำยางพาราจำนวน  4,000 กิโลกรัม ราคา 60,000 บาท ซึ่งเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดนพชลไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลต้นยวน อำเภอพนมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,335, 83

 

จำเลยทั้งสองให้การปฎิเสธ

 

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1), (7), (11) วรรคสาม, 83จำคุก คนละ 5 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน จำเลยที่ 2ให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน

 

จำเลย ทั้ง สอง อุทธรณ์

 

ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืน

 

จำเลยทั้งสองฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

 

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า " พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 และนายนริศ วิเศษ เป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดนพชลผู้เสียหายซึ่งประกอบกิจการรับขนส่งสินค้าประเภทของเหลว โดยจำเลยที่ 1 ทำหน้าที่ในตำแหน่งคนขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-0368 สุราษฎร์ธานี มีรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-0369 สุราษฎร์ธานี พ่วงท้าย ส่วนนายนริศเป็นคนขับรถที่สองและเป็นผู้ช่วยของจำเลยที่ 1 ประจำรถ เมื่อวันที่28 พฤศจิกายน 2536 จำเลยที่ 1 กับคนขับรถคันอื่น  รวม 4 คันของผู้เสียหายได้รับคำสั่งให้ไปบรรทุกน้ำยางพาราจากบริษัทอินเตอร์รับเบอร์ลาเท็กซ์ จำกัด ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อนำไปส่งที่ท่าเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ต ต่อมาเช้าวันที่ 29พฤศจิกายน 2536 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ของท่าเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ตได้โทรศัพท์แจ้งมายังผู้เสียหายว่า รถยนต์บรรทุกน้ำยางพารามาถึงแล้ว 3 คัน ยังขาดอีก 1 คัน คือคันที่จำเลยที่ 1ขับ ในวันเดียวกันนายกุศล หัถถการ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้จัดการของผู้เสียหายไปตรวจสถานที่ที่จำเลยที่ 1 นำรถยนต์บรรทุกไปจอดพบน้ำยางพาราถูกถ่ายใส่ถังน้ำขนาด 200 ลิตร จำนวน 20 ใบ จึงไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอพนม แล้วนำเจ้าพนักงานตำรวจไปจับจำเลยที่ 1 ได้ ต่อมาพันตำรวจตรีบัญชาอินทะวงศ์ จับจำเลยที่ 2 ได้

 

ปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ได้ความจากคำเบิกความของนายนริศ วิเศษ พยานโจทก์ว่าพยานเป็นคนขับรถที่สองของผู้เสียหาย ในวันเกิดเหตุพยานได้ไปกับจำเลยที่ 1ด้วย จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปบรรทุกน้ำยางพาราที่บริษัทอินเตอร์รับเบอร์ลาเท็กซ์ จำกัด โดยมีรถพ่วงไปด้วยเพื่อที่จะนำไปส่งที่ท่าเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ต ระหว่างทางเมื่อมาถึงเขตอำเภอพนม เป็นเวลาประมาณ 17 นาฬิกา จำเลยที่ 1จอดรถไว้ข้างทางแล้วลงไปคุยกับชายอีกหลายคนประมาณ 1 ชั่วโมงจากนั้นจำเลยที่ 1 ขับรถต่อไปโดยมีชายคนหนึ่งขับรถยนต์กระบะนำหน้าขับไปได้ประมาณ 2 กิโลเมตร จำเลยที่ 1 ปลดรถพ่วงไว้ข้างทางแล้วขับรถยนต์บรรทุกที่ใช้ลากจูงเข้าไปในสวนยางพาราประมาณ 2 กิโลเมตรพบแท็งก์น้ำข้างทาง 1 ใบ และถังน้ำขนาด 200 ลิตร อีก 12 ใบจำเลยที่ 1 ได้สูบน้ำยางพาราจากรถยนต์บรรทุกเข้าแท็งก์น้ำและถังน้ำแล้วจำเลยที่ 1 ขับรถต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร และสูบน้ำจากบ้านหลังหนึ่งเข้าถังน้ำยางพาราจนเต็มเท่าเดิมจากนั้นจำเลยที่ 1ขับรถกลับมาต่อรถพ่วงแล้วขับต่อไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับโดยนายกุศลเป็นผู้นำจับ ส่วนชายคนที่ขับรถยนต์กระบะนำหน้ารถของจำเลยที่ 1 คือจำเลยที่ 2 พยานเห็นจำเลยที่ 2 ตั้งแต่ตอนที่จำเลยที่ 2 คุยกับจำเลยที่ 2 ข้างทางจนถึงตอนขนถ่ายนำยางพาราโดยอาศัยแสงสว่างจากไฟฟ้าหน้าบ้านในบริเวณนั้น พยานจึงเล่าเรื่องให้นายกุศลฟัง เห็นว่า นายนริศอยู่ในรถคันที่จำเลยที่ 1 ขับตลอดเวลาตั้งแต่ตอนที่จำเลยที่ 1ขับรถไปบรรทุกน้ำยางพาราที่บริษัทอินเตอร์รับเบอร์ลาเท็กซ จำกัดจนถึงเวลาที่จำเลยที่ 1 ถูกจับ นายนริศย่อมมีโอกาสเห็นเหตุการณ์ได้อย่างใกล้ชิดเป็นเวลานานย่อมสามารถจดจำจำเลยทั้งสองได้แน่นอนนายนริศรู้จักกับจำเลยที่ 1 มาก่อน และไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันส่วนจำเลยที่ 2 นั้นนายนริศไม่เคยรู้จัก จึงไม่น่าเชื่อว่าจะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยทั้งสอง ที่นายนริศยืนยันว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์ร่วมกันขนถ่ายเอาน้ำยางพาราของผู้เสียหายไปแล้วสูบน้ำใส่แทนนั้นน่าเชื่อว่าเป็นความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำเบิกความของนายนริศนี้โจทก์มีนายกุศลและพนักงานสอบสวนเบิกความสนับสนุนเชื่อมโยงและมีความสอดคล้องต้องกันกับคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ซึ่งให้การรับสารภาพตามเอกสารหมาย จ.21นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังได้นำชี้จุดที่จำเลยที่ 1 นำรถไปถ่ายน้ำยางพารา จุดที่จำเลยที่ 1 นำรถไปเติมน้ำและจุดที่รถติดหล่มหลังจากเติมน้ำเข้าถังบรรจุน้ำยางพาราแล้ว ดังปรากฏตามบันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพเอกสารหมาย จ.22 ด้วยเช่นนี้พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 มีน้ำหนักฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ลักน้ำยางพาราของผู้เสียหายไปจริง สำหรับจำเลยที่ 2 นั้น นอกจากโจทก์จะมีนายนริศเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่า จำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์ร่วมกันขนถ่ายเอาน้ำยางพาราของผู้เสียหายไปแล้วสูบเอาน้ำใส่แทนดังที่ศาลฎีกาได้หยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยดังกล่าวข้างต้น ยังได้ความจากคำเบิกความของพันตำรวจตรีบัญชา อินทะวงศ์ พยานโจทก์อีกว่าพยานเป็นผู้จับจำเลยที่ 2 โดยจับตามหมายจับเอกสารหมาย จ.15ขณะจับพยานแจ้งข้อหาแก่จำเลยที่ 2 ว่า ร่วมกับจำเลยที่ 1ลักทรัพย์ของผู้เสียหาย ปรากฎว่าจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.16 พันตำรวจตรีบัญชาไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 2 มาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าจะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 2 จึงเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ได้ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมโดยสมัครใจอันเป็นคำรับที่ทำให้ตนเสียประโยชน์ย่อมมีน้ำหนักรับฟังได้เมื่อพิจารณาประกอบคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย จ.20 ถึง จ.22 ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดของจำเลยที่ 1ด้วยและจากคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เองก็รับว่าได้ร่วมไปกับจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกเข้าไปในสวนยางพาราแล้วจำเลยที่ 1 ได้ถ่ายน้ำยางพาราออกจากรถลงใส่ถังเช่นนี้ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักฟังได้ว่าจำเลยที่ 2ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ลักทรัพย์ตามฟ้องจริง พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้

 

ปัญหาต่อไปมีว่าสมควรลงโทษจำเลยทั้งสองในสถานเบาและรอการลงโทษให้แก่จำเลยทั้งสองหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าศาลล่างทั้งสองได้ใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษจำเลยทั้งสองเหมาะสมแก่รูปคดีแล้วและเมื่อคำนึงถึงสภาพความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีไม่สมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยทั้งสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้วส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า น้ำยางพาราเป็นของบริษัทอินเตอร์รับเบอร์ลาเท็กซ์ จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัดนพชลจึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดนพชลเป็นผู้รับขนส่งน้ำยางพาราจากบริษัทอินเตอร์รับเบอร์ลาเท็กซ์ จำกัด เพื่อนำไปส่งที่ท่าเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ต การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดนพชลให้จำเลยที่ 1 ไปรับน้ำยางพาราจากบริษัทอินเตอร์รับเบอร์ลาเท็กซ์จำกัด ถือว่าบริษัทอินเตอร์รับเบอร์ลาเท็กซ์ จำกัด ได้มอบการครอบครองน้ำยางพาราดังกล่าวให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดนพชลแล้วจำเลยที่ 1 หาได้รับมอบการครอบครองน้ำยางพารานั้นด้วยไม่จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 เอาน้ำยางพาราไปในระหว่างการขนส่งห้างหุ้นส่วนจำกัดนพชลย่อมเป็นผู้เสียหายในฐานะเป็นผู้ครอบครองดูแลรักษาน้ำยางพาราจึงมีอำนาจร้องทุกข์ ฎีกาทุกข้อของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

 

อนึ่ง จำเลยที่ 2 มิได้เป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ลักทรัพย์ของผู้เสียหายในเวลากลางคืนจำเลยที่ 2 ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225(1)(7)วรรคสาม, 83 เท่านั้น แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นลูกจ้างของผู้เสียหายก็ตาม จำเลยที่ 2 ก็ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(11) ทั้งนี้เพราะความเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เป็นเหตุเฉพาะตัวของจำเลยที่ 1 จึงมิได้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(11) วรรคสาม, 83นั้นไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข"

 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7) วรรคสาม, 83 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

 
 

(ชัยนาท พันตาวงศ์ - อากาศ บำรุงชีพ - มหินทร์ สุรดินทร์กูร)

 
 
  
< ก่อนหน้า   ถัดไป >