ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com
 
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ข้อมูลทั่วไปสำหรับเตรียมสอบ
www.stdlawcenter.com
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
มุมแจ้งข่าว : สมาชิกเว็บไซต์
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว (สมาชิก)
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
เปิดรับสมัครเป็นสมาชิก:STD
เปิดรับสมัครเป็นสมาชิก:VIP
กฎกติกาในการติดตามข้อมูล:
ติดต่อทีมงานของเราได้ที่นี่ :
ตรวจสอบสถานภาพสมาชิก :
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ :
มุมแจ้งข่าว : การเปิดสมัครสอบ
ข่าวเปิดสอบศาล ปี 2558
ข่าวเปิดสอบอัยการ ปี 2558
ข่าวเปิดสอบทนาย ปี 2558
ข่าวเปิดสอบเนติ ปี 2558
ข่าวเปิดสอบราชการ 2558
มุมแจ้งข่าว : ประกาศผลสอบ
ผู้สอบผ่านศาลสนามจิ๋ว 2557
ผู้สอบผ่านศาลสนามเล็ก 2557
ผู้สอบผ่านศาลสนามใหญ่ 2556
ผู้สอบผ่านอัยการสนามพิเศษ56
ผู้สอบผ่านอัยการสนามเล็ก57
ผู้สอบผ่านอัยการสนามใหญ่57
มุมแจ้งข่าว : ประกาศคะแนนสอบ
ดูคะแนนสอบศาล 2557
ดูคะแนนสอบอัยการ 2557
ดูคะแนนสอบเนติบัณฑิต 1/57
มุมอ่านสอบ : โฟกัสฎีกาน่าสนใจ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.อาญา
มุมอ่านสอบ : โฟกัสหลักกฎหมาย
โฟกัสหลักกฎหมาย แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย การค้า
โฟกัสหลักกฎหมาย ผู้บริโภค
โฟกัสหลักกฎหมาย ทางปัญญา
โฟกัสหลักกฎหมาย ปกครอง
โฟกัสหลักกฎหมาย ภาษีอากร
โฟกัสหลักกฎหมาย รัฐธรรมนูญ
โฟกัสหลักกฎหมาย แรงงาน
โฟกัสหลักกฎหมาย ล้มละลาย
โฟกัสหลักกฎหมาย พยาน
โฟกัสหลักกฎหมาย ศาลเด็ก
โฟกัสหลักกฎหมาย : ธรรมนูญ
สถิติข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ปัญหาตุ๊กตา
ถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
ประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมาย
มุมอ่านสอบ : คอลัมนิสต์ติวออนไลน์
เกร็ดเล็กๆ ปัญหาใหญ่ๆ
พิชิต 3 สนามสอบ
ปอกเปลือกข้อกฎหมาย
ประเด็นร้อนก่อนสอบ
เอ็กซเรย์ฎีกา
เกร็ดกฎหมายน่ารู้
จับหลักชนฎีกา
ฎีกาวาไรตี้
ข้อกฎหมายเด่นฎีกาดัง
คุยเฟื้องเรื่องกฎหมาย
เกร็ดกฎหมายน่ารู้
อ่านเพื่อสอบ
สรุปหลักทักทายฎีกา
กองบรรณาธิการเว็บไซต์
ข้อมูลสำคัญสำหรับสมาชิก STD
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!!
ถามตอบฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ !
ชุดเก็งข้อสอบเนติบัณฑิตรายข้อ
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๑
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๒
ชุดเจาะหลักฎีกาพิสดารรายมาตรา
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๑
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๒
เจาะฎีกาเต็งรายวิชา ภาค ๑
เจาะฎีกาเต็งรายวิชา ภาค ๒
ชุดสกัดฎีกาคำบรรยายเนติบัณฑิต
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๑
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๒
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๑
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๒
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เนื้อหายอดฮิตผู้เข้าชมสูงสุด
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2557
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2550
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
เนติบัณฑิตไทย
ติวเข้ม เตรียมพร้อม เนติฯ
ติวสอบเนติบัณฑิตฯ
ห้องเรียนกฎหมาย
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
กฎหมายควรรู้ฯ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
นักกฎหมายไทย
คณะนิติศาสตร์ รามฯ
เกร็ดกฎหมาย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.1.73-community-log
เวลา : 13:51
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 300
จำนวนข่าวสาร : 16949
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 35510749
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 103 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ และ 1 สมาชิก ออนไลน์
  • std050957


 
   
 
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER : กฎหมายออนไลน์ เพื่อใช้สอบเนติ ศาล อัยการ icon_update8.gif พิมพ์
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์ - กติกาการสมัครเป็นสมาชิก STD
Tuesday, 17 November 2009

Image

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 07 July 2014 )
แนะนำ : การดูข้อมูลในเว็บไซต์เพื่อใช้ในการเตรียมตัวสอบเนติบัณฑิต สมัย ๖๗ ภาคสอง icon_update8.gif พิมพ์
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์ - กติกาการสมัครเป็นสมาชิก STD
Monday, 03 March 2014

 

แนะนำการดูข้อมูลในเว็บไซต์

   

เพื่อใช้ในการเตรียมตัวสอบเนติบัณฑิต สมัย ๖๗ ภาคสอง

 

            สำหรับเพื่อนๆ สมาชิกที่ดูหนังสือไม่ทัน ขอแนะนำ ดังนี้

 

            ๑.  โปรดอ่านเอกสาร ฉบับท่องไปสอบ สมัย ๖๖ ภาคสอง (มีประเด็นและฎีกาที่น่าสนใจหลายประเด็น ที่เก็งในสมัย ๖๖ แต่ยังไม่ออกข้อสอบ อาจหลุดสมัย ๖๗ นี้ได้)

 

            ๒.  โปรดอ่านเอกสาร สกัดฎีกาจากคำบรรยายเนติ สมัย ๖๖ และ สกัดฎีกาบทบรรณาธิการเนติ ย้อนหลังทุกสมัย (มีฎีกาที่น่าสนใจและน่าออกข้อสอบจำนวนมาก)

 

            ๓.  โปรดติดตามอ่าน ข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่มีการอัพเดทผ่านเว็บไซต์ประกอบ (จะมีการอัพเดทฎีกาน่าสนใจให้ได้ติดตามอ่านเรื่อยๆ)

 

            ๔.  ขอให้เพื่อนๆ สมาชิก ติดตามอ่านข้อมูลอย่างตั้งใจ โดยดูตัวบทที่สำคัญประกอบ และขอให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เรานำเสนอข้างต้น เพียงพอที่จะใช้ในการเตรียมตัวสอบเนติฯ สมัยนี้ (ซึ่งเราคัดสรรมาให้สั้น กะทัดรัด ชัดเจน ครอบคลุม และครบถ้วนทุกข้อ สามารถช่วยประหยัดเวลาในการดูหนังสือเป็นอย่างมาก)

 

อนึ่ง  เอกสารฉบับท่องไปสอบ สมัย ๖๗ ภาคสอง (เก็งข้อสอบรายข้อ) จะออกในสัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ  (ฉบับท่องไปสอบทีมงานจะเริ่มอัพเดทให้ในวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘)

  

(กลุ่ม กฎหมาย วิ.แพ่ง  :  สอบวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘)

 

(กลุ่ม กฎหมาย วิ.อาญา  :  สอบวันอาทิตย์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๘)

            

ขอให้สมาชิกทุกท่านโชคดีในการสอบ

  
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 26 March 2015 )
กำหนดวันเวลาสถานที่สอบเนติฯ สมัย ๖๗ ภาคสอง สอบวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มี.ค. ๕๘ และวันอาทิตย์ที่ ๕ เม.ย. ๕๘ icon_update8.gif พิมพ์
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์ - กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Monday, 16 March 2015

สวัสดี เช้าวันจันทร์  วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๘

  

เอสทีดีลอว์เซ็นเตอร์ดอทคอม www.stdlawcenter.com : กฎหมายออนไลน์ เพื่อใช้สอบเนติ ศาล อัยการ เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ ๒๔ ชั่วโมง แบบครบวงจร เหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษากฎหมายทุกระดับชั้น ผู้ที่เตรียมตัวสอบเนติบัณฑิต อัยการผู้ช่วย ผู้ช่วยผู้พิพากษา ตั๋วทนาย ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดทั้งผู้สนใจศึกษากฎหมายทั่วไป

  

กำหนดวันเวลาสถานที่สอบเนติฯ สมัย ๖๗ ภาคสอง กลุ่มกฎหมายวิธีพิจารณาวามแพ่ง สอบวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ และ กลุ่มกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สอบวันอาทิตย์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๘


สำหรับเพื่อนสมาชิกที่เตรียมตัวสอบเนติบัณฑิต สมัย ๖๗ ภาคสอง ถ้าดูหนังสือไม่ทันจริงๆ ทีมงานขอแนะนำให้ท่านอ่าน เอกสารฉบับท่องไปสอบ วิ.แพ่ง และฉบับท่องไปสอบ วิ.อาญา ของสมัย ๖๖ และสมัยก่อนๆ ซึ่งทีมงานได้รวบรวมมาตราสำคัญ ฎีกาสำคัญ พร้อมทั้งประเด็นเงื่อนแง่ข้อกฎหมายที่น่าสนใจ โดยทำในรูปแบบ ถาม - ตอบ สั้นๆ กะทัดรัด พร้อมมีฎีกาอ้างอิง ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด ซึ่งยังมีหลายประเด็นที่น่าสนใจแต่ยังไม่ได้รับการคัดเลือกนำมาออกข้อสอบ อาจมีหลุดออกมาสมัยนี้ก็เป็นได้


อนึ่ง สำหรับเอกสาร ฉบับท่องไปสอบ วิ.แพ่ง  และ ฉบับท่องไปสอบ วิ.อาญา ของสมัย ๖๗ ภาคสอง นี้ ทีมงานจะทยอยอัพเดทให้เพื่อนๆ สมาชิกได้ติดตามอ่านตั้งแต่ วันพุธที่ ๒๕ มี.ค. ๒๕๕๘ เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ใช้ทบทวน สร้างความพร้อมก่อนเข้าห้องสอบ ท้ายนี้ก็ขอให้เพื่อนๆ สมาชิกทุกท่านโชคดีกับการสอบในครั้งนี้

 

รายละเอียดสถานที่สอบและผังสอบ เข้าไปดาวน์โหลดมาอ่านได้ตามลิงก์ข้างล่างนี้


แผนผังแสดงสนามสอบและห้องสอบความรู้ชั้นเนติบัณฑิต ภาค 2 สมัยที่ 67 ปีการศึกษา 2557 (คลิก) [12.03.2015]


ที่มา : http://www.thethaibar.or.th/thaibarweb/index.php?id=home

  

ขอให้สมาชิกทุกท่านโชคดีกับการสอบในครั้งนี้ ผ่านเป็นเนติบัณฑิตกันทุกคน

  

The only real failure in life is the failure to try. ความล้มเหลวที่แท้จริงเพียงสิ่งเดียวในชีวิต คือ ล้มเหลวในความพยายาม

  

บรรณาธิการเว็บไซต์

  

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 24 March 2015 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! ฎีกาที่ ๒๓๘๙/๒๕๓๒ > บ้านตกเป็นส่วนควบของที่ดินโดยไม่ต้องไปจดทะเบียนซื้อขายอีก icon_new8.gif พิมพ์
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!! - กั๊ก!!!เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! แพ่ง
Monday, 16 March 2015

เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! # (กฎหมายแพ่งและพาณิชย์)

 

หลักสำคัญ!!!   ผู้ร้องซื้อที่ดินมีโฉนดจากจำเลย ต่อมาซื้อบ้านจากจำเลยอีก แม้จะทำหนังสือสัญญาซื้อขายกันเอง บ้านพิพาทก็ตกเป็นส่วนควบของที่ดินตาม ม. ๑๔๔วรรคสอง ตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายบ้านแล้ว โดยไม่ต้องไปจดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔๕๖ อีก

 

มีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้!!!  ผู้ร้องกับพี่สาวซื้อที่ดินมีโฉนดจากจำเลย โดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งขณะนั้นบนที่ดินมีบ้านพิพาทของจำเลยปลูกอยู่ ต่อมาเมื่อผู้ร้องกับพี่สาวซื้อบ้านพิพาทจากจำเลย แม้จะทำหนังสือสัญญาซื้อขายกันเอง บ้านพิพาทก็ตกเป็นส่วนควบของที่ดินและเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องกับพี่สาวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 วรรคสอง (ปัจจุบันมาตรา 144 วรรคสอง) ตั้งแต่วันทำหนังสือสัญญาซื้อขายบ้านพิพาทแล้ว โดยไม่ต้องไปจดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 456 อีก โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านพิพาท (ฎีกาที่ ๒๓๘๙/๒๕๓๒)

  

ทีมงาน STD

 
เก็บตก ! ฎีกาที่ ๓๐๔๕/๒๕๓๐ > จำเลยจะฟ้องแย้งจำเลยด้วยกันไม่ได้ ม.๑๗๗ วรรคสาม icon_new8.gif พิมพ์
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!! - กั๊ก!!!เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! วิ.แพ่ง
Friday, 20 March 2015


เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! # (กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง)


หลักสำคัญ!!!   จำเลยจะฟ้องแย้งจำเลยด้วยกันไม่ได้ ดังนั้น ฟ้องแย้งที่ขอให้บังคับจำเลยด้วยกัน จึงไม่เป็นฟ้องแย้งที่จะรับไว้พิจารณาพิพากษา เพราะไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๗๗ วรรคสาม


มีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้!!!  โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปขายที่ดินและจำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินให้จำเลยที่ 2 ซึ่งมีสามีเป็นคนต่างด้าว ขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ จำเลยที่ 1 จะฟ้องแย้งขอให้ศาลสั่งแสดงว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น เป็นของจำเลยที่ 1 มาแต่เดิมหาได้ไม่ เพราะมิได้เป็นการฟ้องแย้งโจทก์ แต่เป็นการฟ้องแย้งจำเลยด้วยกัน (ฎีกาที่ ๑๘๗๙/๒๕๑๔)


โจทก์กับจำเลยทั้งสามได้ทำบันทึกข้อตกลงแบ่งส่วนที่ดินของตนที่มีอยู่ในที่ดินออกจากกัน จำนวน 3 แปลง แบ่งที่ดินทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก แปลงที่ 1 เป็นของจำเลยที่ 2 แปลงที่ 2 ถัดจากแปลงที่ 1 มาทางทิศใต้ เป็นของโจทก์ แปลงที่ 3 เป็นของจำเลยที่ 1 แปลงคงเหลือเป็นของจำเลยที่ 3 ส่วนเนื้อที่จะแจ้งในวันไปรังวัดและยังมีเอกสารซึ่งเป็นรูปจำลองแผนที่ มีรอยขีดเส้นแบ่งที่ดินออกเป็น ส่วน เขียนชื่อโจทก์ในบริเวณที่ดินด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ชื่อจำเลยที่ 3 ในบริเวณที่ดินด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งโจทก์และจำเลยทั้งสามลงชื่อรับรองเอกสารและรูปแผนที่ดังกล่าวไว้ด้วยเมื่อโจทก์กับจำเลยทั้งสามมีกรรมสิทธิ์รวมกันในที่ดินพิพาทการกำหนดลงไปในเอกสารทั้งสองฉบับว่า ผู้ใดได้ที่ดินส่วนใดย่อมเป็นการระงับข้อพิพาทอันจะมีขึ้นให้เสร็จไปเพราะเป็นการตกลงเพื่อให้เป็นที่แน่นอนไม่โต้เถียงแย่งกันเอาที่ดินส่วนนั้นส่วนนี้ ทั้งตามข้อตกลงก็ระบุว่าจะนำช่างรังวัดทำการปักหลักเขตแสดงว่ามีการตกลงกันแน่นอนแล้วมิฉะนั้นก็ย่อมจะนำช่างรังวัดที่ดินเพื่อแบ่งแยกมิได้และหลังจากรังวัดแล้วจึงจะรู้เนื้อที่ของแต่ละคนเป็นที่แน่นอนเอกสารดังกล่าวจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงฟ้องแย้งขอให้บังคับให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ ฟ้องแย้งเป็นเรื่องจำเลยขอให้บังคับโจทก์ จะขอให้บังคับจำเลยด้วยกันมิได้ ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสาม และมาตรา 178 (ฎีกาที่ ๓๐๔๕/๒๕๓๐)


ทีมงาน STD


เก็บตก ! ฎีกาที่ ๒๒๘/๒๕๔๔ การแจ้งความไว้เพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ ไม่เป็นคำร้องทุกข์ตาม ม.๒ (๗) icon_new8.gif พิมพ์
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!! - กั๊ก!!!เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! วิ.อาญา
Friday, 20 March 2015


เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! # (กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา)


หลักสำคัญ!!!   การแจ้งความไว้เพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความโดยมิได้มีเจตนาให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ ไม่เป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒ (๗) เมื่อเป็นความผิดอันยอมความได้ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนตาม ม.๑๒๑ วรรคสอง พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องตาม ม.๑๒๐


มีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้!!!  หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ร่วมมีข้อความแต่เพียงว่า โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ ร. จัดการแจ้งความเรื่องเช็คคืน โดยไม่ได้ระบุให้มีอำนาจแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลย จึงไม่ชัดแจ้งว่าโจทก์ร่วม ซึ่งเป็นผู้เสียหายมีเจตนาที่จะให้จำเลยต้องรับโทษทั้งได้ความว่า  เหตุที่แจ้งความร้องทุกข์ ก็เพราะไม่ต้องการให้เช็คขาดอายุความ  จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาตรา 2(7) เมื่อความผิดต่อ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 เป็นคดี ความผิดอันยอมความได้ แต่ไม่มีคำร้องทุกข์ย่อมห้ามมิให้พนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 วรรคสองการสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจต้องถือว่าไม่ได้มีการสอบสวนโดยชอบ พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง (ฎีกาที่ ๒๒๘/๒๕๔๔)


ทีมงาน STD


เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! ฎีกาที่ ๘๙๙๓/๒๕๕๐ > ลักทรัพย์ทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ ๓๓๕ (๓) icon_update8.gif พิมพ์
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!! - กั๊ก!!!เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! อาญา
Monday, 16 March 2015

เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง! # (กฎหมายอาญา)

 

หลักสำคัญ!!!   การตัดโซ่คล้องที่ยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตู้โชว์จนขาดออกแล้วลักกล้องวิดีโอของกลางไป เป็นการลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๕(๓)

 

มีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้!!!  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายคำว่า กีดกั้น ว่า ขัดขวางไว้ การที่ผู้เสียหายใช้โซ่คล้องยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตู้โชว์ จึงเป็นการขัดขวางไม่ให้มีการนำกล้องวิดีโอของกลางไปอันมีลักษณะเป็นสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองกล้องวิดีโอของกลางเหมือนเช่นรั้ว หรือลูกกรงหน้าต่าง ประตูบ้าน การที่จำเลยตัดโซ่คล้องที่ยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตู้โชว์จนขาดออกแล้วลักกล้องวิดีโอของกลางไป จึงเป็นการลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (3) (ฎีกาที่ ๘๙๙๓/๒๕๕๐)

 

ทีมงาน STD

 

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 16 March 2015 )
เจาะฎีกาเต็ง:การขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้จำนอง ป.วิ.พ. มาตรา 289 การขอเฉลี่ยทรัพย์ ป.วิ.พ. มาตรา 290 icon_update8.gif พิมพ์
เจาะฎีกาเต็งแยกรายวิชา ภาคสอง - เก็ง!!! เจาะฎีกาเต็ง วิ.แพ่ง ภาค ๔
Thursday, 05 February 2015

เจาะฎีกาเต็ง วิ.แพ่ง ภาคบังคับคดี

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 3646/2557

 

เรื่อง การขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้จำนอง ป.วิ.พ. มาตรา 289

 

         การขอเฉลี่ยทรัพย์ ป.วิ.พ. มาตรา 290

 

ประเด็น 

 

1) ผู้ร้องมีฐานะเป็นผู้รับจำนอง และเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นของศาลชั้นต้น  จะขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้จำนอง  และขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญด้วยได้หรือไม่

 

2) การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดที่ดินก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนอง จะถือว่าเป็นการที่ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญอีกฐานะหนึ่งด้วยได้หรือไม่

 

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยและพิพากษาในประเด็นดังกล่าวข้างต้นไว้ดังนี้

 

ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองและเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 4  ตามคำพิพากษาอื่นของศาลชั้นต้น  ย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิในอันที่จะขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินจำนอง ตาม ปวิพ.มาตรา 287 ,289 และขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญตาม ปวิพ.มาตรา 290 ได้ด้วย  

 

แต่ตามคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดที่ดินเป็นเรื่องที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนอง และไม่อาจถือว่าเป็นการที่ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญอีกฐานะหนึ่งมาพร้อมกันด้วยได้ เพราะการใช้สิทธิในการขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนองและการขอเฉลี่ยทรัพย์มีเงื่อนไของค์ประกอบตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แตกต่างกัน โดยเฉพาะเงื่อนไขของการขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ผู้ยื่นคำขอต้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่นๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ไม่ปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องว่าผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่นๆ ของจำเลยที่ 4  ทั้งตามคำสั่งศาลชั้นต้นเป็นการอนุญาติให้ผู้ร้องรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนอง มิได้มีถ้อยคำใดที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญ

 

ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้จัดทำบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงินให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามสัญญาจำนอง ดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนองตาม ปพพ.มาตรา 715 จึงชอบแล้ว

  

ทีมงาน STD

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 06 February 2015 )
วิ.อาญา ต้องห้ามฎีกา icon_update8.gif พิมพ์
เจาะฎีกาเต็งแยกรายวิชา ภาคสอง - เก็ง!!! เจาะฎีกาเต็ง วิ.อาญา ภาค ๓-๔
Wednesday, 11 February 2015

คำพิพากษาฎีกาน่าสนใจ ป.วิ.อ.

เรื่อง  ต้องห้ามฎีกา

ประเด็น : โจทก์ฟ้องของให้ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์หรือรับของโจร ถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษฐานรับของโจร โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์ได้หรือไม่

คำตอบ : ไม่ได้ เพราะ การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์หรือรับของโจร แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยฐานใดฐานหนึ่งตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎในชั้นพิจารณา ซึ่งศาลก็จะมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยเพียงฐานใดฐานหนึ่งเท่านั้น และเมื่อศาลได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำเลยฐานใดแล้ว ต้องถือว่าเป็นการลงโทษตามฟ้องของโจทก์แล้ว

          ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจร (แม้จะแตกต่างจากคำพิพากษาของศาลชั้นต้น) กรณีย่อมถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ได้ลงโทษจำเลยตามฟ้องของโจทก์แล้ว โจทก์จึงไม่ชอบที่จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์ได้อีก

 

ซึ่งในประเด็นนี้ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาไว้ดังนี้

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะหรือร่วมกันรับของโจร ย่อมแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษฐานใดฐานหนึ่งตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นพิจารณา ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานใดฐานหนึ่งเท่านั้น และเมื่อลงโทษฐานใดแล้วต้องถือว่าเป็นการลงโทษตามฟ้องแล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันรับของโจร แม้จะแตกต่างจากศาลชั้นต้นก็ตาม กรณีถือว่าศาลอุทธรณ์ภาค 4 ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้องแล้ว โจทก์ไม่ชอบที่จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะได้อีก ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะมานั้น เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้  (คำพิพากษาฎีกาที่ 3356/2556)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Wednesday, 11 February 2015 )
เกร็ดเล็กๆ ปัญหาใหญ่ๆ : ผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน นั้น สำคัญไฉน ...? โดย-ลอว์ กอ พิมพ์
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์ - คอลัมน์ : เกร็ดเล็กๆ ปัญหาใหญ่ๆ (ลอว์ กอ)
Monday, 16 December 2013

เกร็ดเล็กๆ ปัญหาใหญ่ๆ :

 

ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา

 

ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน นั้น สำคัญไฉน ...?

  

สวัสดีเพื่อนๆ สมาชิก ชาว STD LAW ทุกท่าน พร้อมที่จะลุยกันหรือยังครับ สำหรับการเตรียมตัวสอบเนติฯ สมัย ๖๖ ภาคสอง และเตรียมตัวสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาฯ หลายท่านก็คงเริ่มเก็บเนื้อเก็บตัวทบทวนตำราและท่องตัวบทกันแล้ว ก็ขอให้สู้ๆ นะครับ

 

วันนี้ขอคุยเรื่อง ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งมีการบัญญัติไว้ใน ป.วิ.อาญา เมื่อปี ๒๕๔๘ โดยบัญญัติไว้สองมาตรา คือ มาตรา ๔๔/๑ และมาตรา ๔๔/๒ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องของ มาตรา ๔๓ เดิม ที่บัญญัติให้เฉพาะพนักงานอัยการที่ยื่นฟ้องคดีอาญาเท่านั้น และจำกัดไว้เพียง ๑๐ ข้อหา เท่านั้น ที่พนักงานอัยการจะมีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย

 

โดยมาตรา ๔๔/๑ ได้เปิดทางให้ผู้เสียหายทุกราย มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ และมิได้จำกัดข้อหาความผิดไว้ ดังนั้น เมื่อเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาแล้ว ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ทุกกรณีนะครับ

 

แต่มีข้อเตือนใจว่า ต้องยื่นคำร้องก่อนเริ่มสืบพยานนะครับ  ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยานก็ต้องยื่นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี

  

มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยเกี่ยวกับ ป.วิ.อ.มาตรา ๔๔/๑ และมาตรา ๔๔/๒ ที่น่าสนใจ ดังนี้

  

๑.   เมื่อเป็น ผู้เสียหายจากการกระทำความผิดอาญาฐานใดฐานหนึ่งตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒ (๔) แล้ว ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๓๐ และมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๔๔/๑ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้

 

จำเลยปลอมใบถอนเงินของธนาคารโจทก์ร่วมโดยเขียนข้อความและลงลายมือชื่อปลอมของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อเบิกถอนเงินมอบฉันทะให้จำเลยเป็นผู้เบิกถอนเงิน รับเงิน และรับสมุดบัญชีเงินฝาก แล้วจำเลยใช้และอ้างใบถอนเงินปลอมแก่พนักงานโจทก์ร่วม จนพนักงานโจทก์ร่วมหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริง เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมต้องจ่ายเงินตามใบถอนเงินปลอมให้แก่จำเลย โจทก์ร่วมจึงเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒ (๔) และมีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๐ และย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคหนึ่ง (ฎีกาที่ ๗๒๙๕/๒๕๕๔)

  

๒.   เมื่อผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ศาลชั้นต้นมิได้พิพากษาคดีส่วนแพ่งให้ ผู้เสียหายในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่งย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คัดค้านเพื่อให้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาในคดีส่วนแพ่งได้  ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้

 

ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้สิทธิแก่ผู้เสียหายที่จะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียง หรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย และในวรรคสอง บัญญัติให้ถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และผู้เสียหายอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่ง  เมื่อผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก่อนศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดคดี แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญา โดยมิได้มีคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งด้วย ผู้เสียหายในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่งย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คัดค้านเพื่อให้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาในคดีส่วนแพ่งได้

 

คดีส่วนอาญาเป็นคดีความผิดที่กฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกไม่ถึงห้าปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๗๖ วรรคหนึ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นในคดีส่วนอาญาชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนที่ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในคดีส่วนแพ่ง ถือเป็นความผิดพลาดบกพร่องเฉพาะในคดีส่วนแพ่งและมิได้มีผลกระทบใดๆ ต่อคดีส่วนอาญา ทั้งศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีส่วนอาญาไปก่อนแล้วพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งในภายหลังได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๒ วรรคหนึ่ง จึงชอบที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาเฉพาะส่วนแพ่งต่อไปเท่านั้น (ฎีกาที่ ๗๐๕๓/๒๕๕๕)

  

๓.   สิทธิของผู้เสียหายที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/เป็นสิทธิเฉพาะตัวโดยแท้ของผู้เสียหายหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนตาม มาตรา ๔, ๕ และ ๖ เท่านั้น ผู้เสียหายที่จะถือว่าเป็นเจ้าหนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๐ จึงหมายถึงผู้เสียหายในคดีอาญาเท่านั้น ดังนั้น ผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่ถูกจำเลยลักไปมาใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลย จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยใช้ราคาที่ผู้ร้องได้ชดใช้ไปตามสัญญาประกันภัยได้  ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้

 

ผู้ร้องมิใช่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์โดยตรง เพียงแต่อ้างสิทธิในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่ถูกจำเลยลักไปซึ่งได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายที่ ๒ ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยและมาใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยเท่านั้น ความเสียหายของผู้ร้องที่อ้างว่าได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปนั้นจึงเกิดขึ้นจากความรับผิดตามสัญญาประกันภัย มิใช่เกิดจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นการกระทำละเมิดของจำเลย สิทธิเรียกร้องความเสียหายของผู้ร้องจึงมิใช่เป็นการเรียกร้องในมูลหนี้ละเมิดเช่นเดียวกันกับผู้เสียหายทั้งสอง จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยใช้ราคาที่ผู้ร้องได้ชดใช้ไปตามสัญญาประกันภัยได้

 ผู้เสียหายในคดีอาญา หมายถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง ซึ่งคดีนี้ผู้เสียหายในความผิดฐานลักทรัพย์รถยนต์คือผู้เสียหายทั้งสอง และพนักงานอัยการโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องเรียกให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาแทนแก่ผู้เสียหายทั้งสองเท่านั้น โดยเป็นการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะตามมาตรา ๔๓ และเมื่อพิจารณาประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ แล้ว ยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่า สิทธิของผู้เสียหายที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนตามมาตราดังกล่าวเป็นสิทธิเฉพาะตัวโดยแท้ของผู้เสียหายหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนตาม มาตรา ๔, ๕ และ ๖ เท่านั้น ผู้เสียหายที่จะถือว่าเป็นเจ้าหนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๕๐ จึงหมายถึงผู้เสียหายในคดีอาญาเท่านั้น (ฎีกาที่ ๘๘๐/๒๕๕๕)  

๔.   พนักงานอัยการมีคำขอให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๓ แล้ว ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมจะยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้คืนเงินแก่โจทก์ร่วมอีกไม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคสาม แต่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนดอกเบี้ยของต้นเงินตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคหนึ่ง ได้  ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้

 

พนักงานอัยการมีคำขอให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๔๓,๑๕๐ บาท แก่ผู้เสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๓ แล้ว ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมจะยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้คืนเงินจำนวน ๔๓,๑๕๐ บาท แก่โจทก์ร่วมอีกไม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคสาม

 

ดอกเบี้ยของเงินจำนวน ๔๓,๑๕๐ บาท  ไม่ใช่ทรัพย์สินหรือราคาที่ผู้เสียหายสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิด แต่เป็นค่าเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย เพราะฉะนั้นพนักงานอัยการจะมีคำขอเรียกค่าดอกเบี้ยแทนโจทก์ร่วมไม่ได้ โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนดอกเบี้ยของต้นเงินจำนวน ๔๓,๑๕๐ บาท  ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ วรรคหนึ่ง ได้ ซึ่งตามมาตรา ๒๕๓ วรรคหนึ่ง มิให้เรียกค่าธรรมเนียมจากโจทก์ร่วม เว้นแต่ในกรณีที่ศาลเห็นว่าผู้เสียหายเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนสูงเกินสมควร หรือดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้เสียหายชำระธรรมเนียมศาลทั้งหมดหรือบางส่วนได้ ดังนี้ โจทก์ร่วมจึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับการขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนดอกเบี้ยดังกล่าว (ฎีกาที่ ๑๘๘๕/๒๕๕๕)

  

๕.   เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๑) และคำขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนย่อมตกไปด้วย จึงต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ  ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้

 

ในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้ผู้เสียหายจะเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการและยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๔/๑ ก็ตาม เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๑) และคำขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนย่อมตกไปด้วย จึงต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ (ฎีกาที่ ๖๕๗๖/๒๕๕๓)

  

ฎีกาที่นำมาให้อ่านทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เป็นการอธิบายตัวบทใหม่ที่น่าสนใจทีเดียว ซึ่งสามารถนำมาแต่งข้อสอบได้ทุกสนาม จึงไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง

  

บทส่งท้าย : จงคิดก่อนทำ อย่าทำก่อนคิด อย่าคิดโดยไม่ทำ อย่าทำโดยไม่คิด

   

ลอว์  กอ (น.บ., นบ.ท.)

 
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 16 December 2013 )
วลีเด็ดฎีกาที่ ๑๙๐๒/๒๕๕๒ (ม.๕) > พฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ต้องห้ามตาม ป.พ.พ.๕ icon_new8.gif พิมพ์
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา - คำคมวลีเด็ดจากฎีกา แพ่ง
Friday, 22 August 2014

ฎีกาที่  1902/2552  แม้คำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายว่า ในการประกาศผลสอบไล่เนติบัณฑิตยสภาสมัยที่ 14 ประจำปี พ.ศ.2504 จำเลยซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาของชาติกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยกรรมการของจำเลยสมคบกันทุจริตในการให้คะแนนสอบปากเปล่าด้วยความลำเอียงไม่ให้คะแนนตามความรู้ ด้วยการให้คะแนนสอบปากเปล่าแก่ อ. ผู้ซึ่งสอบข้อเขียนได้เป็นอันดับ 3 สูงถึง 85 คะแนน แต่กลับให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้สอบข้อเขียนได้คะแนนสูงสุดและมีคะแนนข้อเขียนมากกว่า อ. ถึง 19 คะแนน ได้คะแนนสอบปากเปล่าเพียง 65 คะแนน ซึ่งเมื่อนำไปรวมกับคะแนนสอบข้อเขียนแล้ว ทำให้โจทก์ตกไปอยู่ในอันดับ 2 และส่งผลให้ อ. ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและอับอาย ไม่เป็นที่รู้จักและไม่ได้รับการยกย่องแพร่หลายในฐานะบุคคลที่เรียนดีที่สุดในยุคนั้น ขอให้บังคับจำเลยดำเนินการขอขมาโจทก์ และประกาศผลการสอบไล่ดังกล่าวเสียใหม่ว่าโจทก์เป็นผู้สอบไล่ได้เป็นอันดับ 1 มิใช่ อ. โดยให้จำเลยปิดประกาศแผ่นป้ายถาวรไว้ ณ ที่ทำการของจำเลย และแก้ไขรายการผลสอบดังกล่าวในเอกสารต่าง ๆ ด้วย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ดำเนินการโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองนั้น จะเป็นคำฟ้องที่โจทก์ได้กล่าวแสดงซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ รวมทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง แล้วก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องเพื่อสนับสนุนให้เห็นว่ากรรมการของจำเลยสมคบร่วมกันกระทำมิชอบต่อโจทก์นั้น หากมีมูลความจริง โจทก์ก็สมควรต้องรีบดำเนินการโต้แย้งหรือนำคดีมาฟ้องร้องต่อศาลภายในเวลาอันสมควร เพื่อให้จำเลยและบุคคลที่โจทก์กล่าวพาดพิงได้มีโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา แต่โจทก์ก็หาได้กระทำไม่ กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยเนิ่นนานจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาประมาณ 43 ปี จนบุคคลที่เกี่ยวข้องต่างสูญหายตายจากไปหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งข้อเท็จจริงที่โจทก์หยิบยกเอาความรู้ความสามารถ ความสำเร็จจากการสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา และจากหน้าที่ราชการที่โจทก์ปฏิบัติมาตลอดชีวิตราชการ รวมทั้งการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ภายหลังจากการสอบเป็นเนติบัณฑิต เพื่อสนับสนุนว่าโจทก์มีความรู้โดดเด่นไม่น่าจะได้คะแนนสอบปากเปล่าน้อยกว่า อ. ก็ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลังการสอบปากเปล่าเป็นระยะเวลายาวนานเกือบตลอดชีวิตการทำงานของโจทก์ทั้งสิ้น หาใช่ข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้วหรือเกิดขึ้นภายในระยะเวลาใกล้เคียงวันเกิดเหตุอันจะเป็นเครื่องชี้หรือบ่งบอกถึงความรู้ความสามารถของโจทก์ในวันที่มีการสอบปากเปล่าไม่ การที่โจทก์ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมานานถึง 43 ปี แล้วค่อยขุดคุ้ยเอาความสำเร็จจากหน้าที่ราชการที่ได้ปฏิบัติมาจนเกือบตลอดชีวิตขึ้นกล่าวอ้างเพื่อสนับสนุนคำฟ้องว่าจำเลยดำเนินการสอบปากเปล่าโดยมิชอบเช่นนี้ พฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 5 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย  ปัญหาเรื่องการใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)

 
วลีเด็ดฎีกาที่ ๗๐๕๐/๒๕๔๙ (ม.๑(๓)) > คำร้องของผู้ร้องจึงเป็น "คำร้องขอ" และถือเป็น "คำฟ้อง"... icon_new8.gif พิมพ์
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา - คำคมวลีเด็ดจากฎีกา วิ.แพ่ง
Friday, 22 August 2014

ฎีกาที่  7050/2549  ป.พ.พ. มาตรา 251 บัญญัติว่า ผู้ทรงบุริมสิทธิย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในการที่จะได้รับชำระหนี้อันค้างชำระแก่ตนจากทรัพย์สินนั้นก่อนเจ้าหนี้อื่น ๆ โดยนัยดังบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้หรือบทกฎหมายอื่นซึ่งมีความหมายชัดเจนว่าสิทธิของผู้ทรงบุริมสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้อันค้างชำระแก่ตนจากทรัพย์สินนั้นได้ก่อนจะต้องอยู่ในกรอบแห่งบทบัญญัติของกฎหมายด้วย ดังนี้ เมื่อบุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ทั้งสามแปลงตามคำร้องของผู้ร้องมีบัญญัติหลักเกณฑ์ไว้โดยเฉพาะในมาตรา 288 ว่า บุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นหากว่าเมื่อไปลงทะเบียนสัญญาซื้อขายนั้น บอกลงทะเบียนไว้ด้วยว่าราคาหรือดอกเบี้ยในราคานั้นยังมิได้ชำระไซร้ บุริมสิทธินั้นก็คงให้ผลต่อไปบทบัญญัติแห่งมาตรานี้จึงชี้ชัดถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งประสงค์ให้ความเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ของผู้ร้องในกรณีนี้จะพึงใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้นั้น ผู้ร้องจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อกำหนดของกฎหมาย คือ ผู้ร้องจะต้องลงทะเบียนในขณะจดทะเบียนสัญญาซื้อขายด้วยว่า ราคาหรือดอกเบี้ยในราคาที่ยังมิได้ชำระมีเพียงใดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บุคคลภายนอกที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินประเภทนี้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าผู้ร้องมิได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ร้องจึงหามีสิทธิยกความเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิอันพึงจะได้รับชำระหนี้ที่ค้างชำระแก่ตนจากที่ดินทั้งสามแปลงก่อนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย และได้ใช้สิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ประกอบมาตรา 278 บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยได้ไม่  ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 56597, 68579 และ 81546 ของจำเลยให้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น ๆ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 คำร้องของผู้ร้องจึงเป็น คำร้องขอและถือเป็น คำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) ที่ผู้ร้องอ้างว่าได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นเพื่อเรียกราคาที่ยังมิได้รับชำระพร้อมดอกเบี้ย ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องชนะคดีได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ดังนี้ เมื่อ คำร้องขอของผู้ร้องเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 (1) (ก) ที่ศาลชั้นต้นเรียกเก็บค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 (1) (ก) ชอบแล้ว

  
วลีเด็ดฎีกาที่ ๑๐๑๙๗/๒๕๕๖ (ม.๔๔/๑) > กรณีไม่จำต้องคำนึงว่าศาลที่จะพิจารณาคดีอาญาจะเป็นศาลที่มีอำนาจฯ icon_new8.gif พิมพ์
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา - คำคมวลีเด็ดจากฎีกา วิ.อาญา
Thursday, 19 March 2015


ฎีกาที่  10197/2556  ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้ การที่บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ผู้เสียหายมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาทุกประเภทที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ แสดงว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์ให้ผู้เสียหายซึ่งได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดของจำเลยและต้องไปดำเนินคดีในส่วนแพ่งเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน ดำเนินคดีส่วนแพ่งในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ต่อเนื่องกันไปได้ เพื่อให้การพิจารณาคดีส่วนแพ่งเป็นไปโดยรวดเร็ว ดังเช่นพนักงานอัยการร้องขอให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย  กรณีไม่จำต้องคำนึงว่าศาลที่จะพิจารณาคดีอาญาจะเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 2 (1) และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (4) วรรคหนึ่ง และผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด ดังนี้แม้โจทก์ร่วมที่ 4 ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งจำนวนเงินที่ขอเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้น แต่ผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนแพ่งได้


วลีเด็ดฎีกาที่ ๖๗๑/๒๕๔๘ (ม.๓๒) > รถยนต์ของกลางเป็นพาหนะที่คนต่างด้าวโดยสารเพื่อพาคนต่างด้าวให้พ้น... icon_new8.gif พิมพ์
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา - คำคมวลีเด็ดจากฎีกา อาญา
Friday, 29 August 2014

ฎีกาที่  671/2548  รถยนต์ของกลางเป็นพาหนะที่คนต่างด้าวโดยสาร เพื่อพาคนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำหรือมีไว้เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 32 ทั้งไม่ใช่ทรัพย์สินซึ่งได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) รถยนต์ของกลางโดยสภาพมีไว้เพื่อบรรทุกคนและสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังที่อื่นอันเป็นวัตถุประสงค์ทั่วไป จึงริบรถยนต์ของกลางไม่ได้

 
ถาม-คำมั่นจะให้เช่าระบุไว้ในสัญญาเช่า เมื่อผู้เช่าสนองรับ จะต้องมาทำสัญญาเช่ากันใหม่ หรือไม่? icon_new8.gif พิมพ์
คำถาม-ตอบ ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ - คำถาม-ตอบ ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ แพ่ง
Sunday, 15 March 2015

คำถาม – ตอบ ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ แพ่ง

 

คำถาม

 

คำมั่นจะให้เช่าระบุไว้ในสัญญาเช่า เมื่อผู้เช่าสนองรับ จะต้องมาทำสัญญาเช่ากันใหม่ หรือไม่?

 

คำตอบ

 

ไม่ต้องทำสัญญาเช่ากันใหม่ เพราะ คำมั่นจะให้เช่านั้น เมื่อผู้เช่ามีหนังสือแสดงความจำนงขอทำสัญญาเช่าต่อภายในกำหนดเวลา เท่ากับผู้เช่าสนองรับคำมั่นของผู้ให้เช่าแล้ว และถือว่ามีสัญญาเช่าเกิดขึ้นใหม่ทันทีตามเงื่อนไขและประเพณีที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าฉบับเดิม โดยไม่ต้องทำสัญญาเช่ากันใหม่อีก  มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้  ดังนี้

 
ลงทะเบียน เพื่ออ่านข้อมูลได้มากขึ้น...
ถาม-คำขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ที่เป็นเรื่องนอกเหนือจากประเด็นแห่งคดี จะขอตามมาตรา ๒๕๔ ได้ หรือไม่? icon_new8.gif พิมพ์
คำถาม-ตอบ ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ - คำถาม-ตอบ ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ วิ.แพ่ง
Sunday, 15 March 2015

คำถาม – ตอบ ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ วิ.แพ่ง

 

คำถาม

 

คำขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ที่เป็นเรื่องนอกเหนือจากประเด็นแห่งคดี จะขอคุ้มครองชั่วคราวตาม ป.วิ.พ.มาตรา ๒๕๔ ได้ หรือไม่?

 

คำตอบ

 

คำขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ที่เป็นเรื่องนอกเหนือจากประเด็นแห่งคดี จะขอคุ้มครองชั่วคราวตาม ป.วิ.พ.มาตรา ๒๕๔ ไม่ได้  เพราะวัตถุประสงค์ของการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๕๔ ก็เพื่อให้โจทก์สามารถบังคับคดีได้เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ดังนั้น สิ่งที่จะขอคุ้มครองจะต้องตรงกับการกระทำของจำเลยที่ถูกฟ้องร้องหรืออยู่ในประเด็นแห่งคดีและเป็นเรื่องที่อยู่ในคำขอท้ายฟ้องด้วย  มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้  ดังนี้

 
ลงทะเบียน เพื่ออ่านข้อมูลได้มากขึ้น...
ถาม-คำสั่งที่กฎหมายบัญญัติว่าให้เป็นที่สุด จะขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ หรือไม่? icon_new8.gif พิมพ์
คำถาม-ตอบ ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ - คำถาม-ตอบ ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ วิ.อาญา
Sunday, 15 March 2015

คำถาม – ตอบ ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ วิ.อาญา

 

คำถาม

 

คำสั่งที่กฎหมายบัญญัติว่าให้เป็นที่สุด จะขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ หรือไม่?

 

คำตอบ

 

จะขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาไม่ได้ เพราะข้อกฎหมายที่จะขออนุญาตอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ.มาตรา ๒๒๓ ทวิ ได้นั้น จะต้องเป็นข้อกฎหมายที่สามารถอุทธรณ์และฎีกาไปยังศาลอุธรณ์และศาลฎีกาได้   มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้  ดังนี้

 
ลงทะเบียน เพื่ออ่านข้อมูลได้มากขึ้น...
ข้อมูลเพิ่มเติม...